<< กลับหน้าแรก | ตั้งกระทู้ใหม่
 

การทำฝนเทียม


ความ พยายามในการทำฝนเทียมนั้น   ได้เริ่มกันมานานแล้ว ทั้งชาวอินเดียนแดงและชาวไทยมีวิธีขอฝนต่างๆ  นานา เช่น  แห่นางแมวเป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่เคยพิสูจน์ว่าได้ผลในทางวิทยาศาสตร์เลย
          ก
ารทำ ฝนเทียมในปัจจุบันได้อาศัยเทคนิคจากการศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ว่ากรรมวิธี ของฝนธรรมชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร   ฉะนั้นในการทำฝนเทียมนักวิทยาศาสตร์จึงได้พยายามเลียนแบบธรรมชาติโดยทำจาก เมฆซึ่งมีลักษณะเหมาะสมพอจะเกิดฝนได้  การทำฝนเทียมในปัจจุบันมีอยู่  ๒ วิธี



เครื่องบินกำลังโปรยสารเคมีปฏิบัติการฝนหลวง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ก.การทำฝนเทียมในเขตอบอุ่นซึ่งมีเมฆที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ๐°ซ.

           การ ทำฝนเทียมในเมฆชนิดนี้  เขาใช้โปรยหรือหว่าน  ด้วยเม็ดน้ำแข็งแห้งเล็กๆ(dry   ice) หรือซิลเวอร์   ไอ  โอ  ไดด์ (silver iodide)   ตามธรรมดาเม็ดน้ำแข็งแห้งเม็ดเล็กๆซึ่งมีอุณหภูมิ -๗๘°ซ. จะสามารถทำให้เมฆกลายเป็นผลึกน้ำแข็งและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงมา ส่วนผงซิลเวอร์ไอโอไดด์นั้นทำหน้าที่เป็นนิวเคลียสของการเกิดผลึกน้ำแข็ง ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วและตกลงมาเป็นหิมะหรือฝน การหว่านเม็ดน้ำแข็งแห้งหรือผงซิลเวอร์ไอโอไดด์นั้น  อาศัยหลักของการเกิดฝนตามกรรมวิธี
ของเบอร์เจอรอน-ฟินดีเซน    และใช้สำหรับทำฝนเทียมในเมฆซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๐°ซ.แต่ทว่าปฏิกิริยาของน้ำแข็งแห้งหรือผงซิลเวอร์ไอโอไดด์ทำหน้าที่ต่างกัน


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ข.การทำฝนเทียมในเขตร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ๐°ซ.

           การ ทำฝนเทียมจากเมฆซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ๐°ซ.  หรือเรียกว่าเมฆอุ่นนี้มีหลายแห่งที่เขาใช้โปรยด้วยเม็ดน้ำธรรมดาหรือน้ำ เกลือ  เพื่อที่จะให้เม็ดของน้ำหรือน้ำเกลือทำหน้าที่เป็นเม็ดเมฆขนาดใหญ่กว่าเม็ด เมฆที่เป็นอยู่  และเมื่อเม็ดของเมฆมีขนาดต่างๆ กันก็จะทำให้เกิดการรวมตัวกันโดยการชนกัน  ตามกรรมวิธีรวมตัวกันและชนกัน  ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
           เรื่องการทำฝนเทียมนี้ยังจะต้องทำการค้นคว้ากันอีกมากในขณะนี้มีนักวิทยา ศาสตร์เข้าใจว่าอาจจะเพิ่มฝนได้มากกว่าฝนธรรมชาติประมาณร้อยละ ๑๐ ถึง ๒๐  แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ได้แน่นอนเด็ดขาด  เพราะการแยกปริมาณน้ำฝนจากฝนธรรมชาติและฝนเทียมนั้นทำได้ลำบากมาก

 

 ขอบคุณ ข้อมูลจาก sanook

หัวข้อ

ก.การทำฝนเทียมในเขตอบอุ่นซึ่งมีเมฆที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ๐°ซ.

           การ ทำฝนเทียมในเมฆชนิดนี้  เขาใช้โปรยหรือหว่าน  ด้วยเม็ดน้ำแข็งแห้งเล็กๆ(dry   ice) หรือซิลเวอร์   ไอ  โอ  ไดด์ (silver iodide)   ตามธรรมดาเม็ดน้ำแข็งแห้งเม็ดเล็กๆซึ่งมีอุณหภูมิ -๗๘°ซ. จะสามารถทำให้เมฆกลายเป็นผลึกน้ำแข็งและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงมา ส่วนผงซิลเวอร์ไอโอไดด์นั้นทำหน้าที่เป็นนิวเคลียสของการเกิดผลึกน้ำแข็ง ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วและตกลงมาเป็นหิมะหรือฝน การหว่านเม็ดน้ำแข็งแห้งหรือผงซิลเวอร์ไอโอไดด์นั้น  อาศัยหลักของการเกิดฝนตามกรรมวิธี
ของเบอร์เจอรอน-ฟินดีเซน    และใช้สำหรับทำฝนเทียมในเมฆซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๐°ซ.แต่ทว่าปฏิกิริยาของน้ำแข็งแห้งหรือผงซิลเวอร์ไอโอไดด์ทำหน้าที่ต่างกัน


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ข.การทำฝนเทียมในเขตร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ๐°ซ.

           การ ทำฝนเทียมจากเมฆซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า ๐°ซ.  หรือเรียกว่าเมฆอุ่นนี้มีหลายแห่งที่เขาใช้โปรยด้วยเม็ดน้ำธรรมดาหรือน้ำ เกลือ  เพื่อที่จะให้เม็ดของน้ำหรือน้ำเกลือทำหน้าที่เป็นเม็ดเมฆขนาดใหญ่กว่าเม็ด เมฆที่เป็นอยู่  และเมื่อเม็ดของเมฆมีขนาดต่างๆ กันก็จะทำให้เกิดการรวมตัวกันโดยการชนกัน  ตามกรรมวิธีรวมตัวกันและชนกัน  ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
           เรื่องการทำฝนเทียมนี้ยังจะต้องทำการค้นคว้ากันอีกมากในขณะนี้มีนักวิทยา ศาสตร์เข้าใจว่าอาจจะเพิ่มฝนได้มากกว่าฝนธรรมชาติประมาณร้อยละ ๑๐ ถึง ๒๐  แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ได้แน่นอนเด็ดขาด  เพราะการแยกปริมาณน้ำฝนจากฝนธรรมชาติและฝนเทียมนั้นทำได้ลำบากมาก


ตั้งกระทู้โดย : staffbo เมื่อ 2009-12-18 12:00:19 IP : 58.8.145.xxx ผู้ชม : 16363 ผู้ตอบ : 0
ตั้งกระทู้ใหม่   เก็บไว้ใน Favorites   พิมพ์   แจ้งลบ   ส่งบทความนี้ให้เพื่อน



ตอบกระทู้
ข้อความ :
ใส่รูปแสดงอารมณ์ :
ชื่อผู้ตอบกระทู้ :
รหัสยืนยัน :
Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
E-mail :
  *กรุณา Login ก่อนโพส หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก
สมัครสมาชิกฟรี เพื่อใช้เว็บเต็ม 100% ที่นี่
 


ประเด็นร้อน

เรียนต่อ ขอทุน

ผู้สนับสนุน