29 มีนาคม 2551ร่องรอยสยาม จากหลักฐานชิ้นเอก
คำว่า กองทัพสยาม เป็นชื่อของชาวสยาม ทำให้เกิดความสงสัยเกิดขึ้นว่า พวกสยามพวกนี้มาจากไหน เป็นสยามพวกไหนกันแน่ ตามทฤษฎีของฝรั่งสอนประวัติศาสตร์ไทยว่า ชนชาติสยามหรือชนชาติไทย เพิ่งอพยพหนีการโจมตีของกุบไลข่าน มาสร้างอาณาจักรสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ แต่เหตุไฉน? ภาพประวัติศาสตร์ที่ระเบียงภาพนครวัด เมื่อ พ.ศ. ๑๖๙๓ ปรากฏภาพกองทัพสยามก่อนเกิดอาณาจักรสุโขทัยเกือบ ๑๐๐ ปี
จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิด นักเขียน นักประวัติศาสตร์มีชื่อเสียงของไทย ก็คล้อยตามทฤษฎีของศาสตราจารย์เซเดส์ เพราะจิตร ภูมิศักดิ์ ศรัทธาและเชื่อถือในความปราดเปรื่องของนักแปลจารึกผู้นี้ จิตร ภูมิศักดิ์ จึงชี้ว่า กองทัพสยามที่ระเบียงปราสาทนครวัด คือ สยามลุ่มแม่น้ำกก เป็นสยามแห่งเงินยาง เชียงแสน เป็นชาวสยามจากเชียงราย แต่ขณะเดียวกัน จิตร ภูมิศักดิ์ ก็เชื่อไม่สนิทใจนักโดยให้ข้อสังเกตไว้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าชาวสยามจะหนีจากการรุกรานของกุบไลข่านที่โจมตีน่านเจ้า เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และมาทำปาฏิหาริย์สร้างอาณาจักรสุโขทัยในพริบตา ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่จิตร ภูมิศักดิ์ ก็มีเวลาอันจำกัดที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก เพราะจิตร ภูมิศักดิ์ ถูกคุมขังอยู่ในคุกลาดยาว ข้อหามีการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑-๐๗ เมื่อถูกปล่อยตัวได้รับอิสรภาพ พ.ศ. ๒๕๐๗ ในปีเดียวกันนี้เอง จิตร ภูมิศักดิ์ ก็หนีเข้าปา เพื่อร่วมสู้รบแบบกองโจร จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ อายุ ๓๖ ปี แต่ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้ติดตามค้นคว้าหาคำว่า เนะ สยำกุก ตลอดเวลา
ร่องรอยของชาวเสียมหรือสยาม ปรากฏอยู่ในจารึกที่ค้นพบหลายแห่ง ก่อนที่จะมีการก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ จิตร ภูมิศักดิ์ ค้นคว้าคำว่าสยำกุก พบว่าในสมัยอาณาจักรเจนละก่อนที่พระเจ้ามเหนทรวรมันหรือจิตรเสน ยกกองทัพเข้ากวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ที่อาณาจักรฟูนัน พระเจ้าภววรมันทรงเป็นกษัตริย์ปกครองฟูนัน ในสมัยพระองค์ไม่ได้เข้มงวดที่จะกวาดล้างพุทธศาสนา แต่เมื่อมาถึงสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์มาจากราชวงศ์เขมรนับถือพระศิวะ จึงกวาดล้างพุทธศาสนาและราชวงศ์ไศเลนทร์ แตกแยกเป็นเจนละบกและเจนละน้ำ ในสมัยของพระเจ้าภววรมันมีจารึกของกษัตริย์ภววรมันที่ ๒ ตรงกับ พ.ศ. ๑๑๘๒ ในจารึกนี้ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงการอุทิศที่นา ถวายเป็นกัลปนาแก่วัดพุทธศาสนา แต่ระบุชื่อผู้ถวายว่า ชื่อ โปญ สยำ
โปญ นั้นเป็นยศตำแหน่งของเขมรสมัยก่อนนครธม สยำ เป็นชื่อคน จึงเชื่อว่า สยำ ในจารึก พ.ศ. ๑๑๘๒ นั้นก็คือ เสียม ที่หมายถึงคนไทยนั่นเอง เมื่อปรากฏชื่อคนไทย-ไต ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๑๘๒ จึงมีร่องรอยให้ค้นคว้าติดตามต่อไป
ร่องรอยของสยาม มีปรากฏอยู่หลายแห่ง เช่น มีจารึกจามที่วิหารโปนาการ์ ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. ๑๕๙๓ ในสมัยกษัตริย์จามปา พระนามพระเจ้าชัยปรเมศวรวรมะเทวะ กล่าวถึงกษัตริย์องค์นี้บูระพระรูปปฏิมาเจ้าแม่ภควดีที่เทวสถานนั้น และอุทิศทาสถวายไว้รับใช้พระจำนวน ๕๕ คน ในจำนวนนี้มีทาส ชาวจามพม่า จีน พุกาม และชาวสยาม ข้อความนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือ อาณาจักรจามปา ของนายมาสเปโร (Gorges Maspero. Le Royaum de ChamPa, 1914, p185. นายมาสเปโร มิได้ให้รูปคำสยามในจารึกว่า เขียนเป็นอักษรจามอย่างไร หากแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสเลยทีเดียวว่า Siamois ซึ่งหมายถึงคนไทยในเมืองไทยเดี๋ยวนี้
มีจารึกอีกหลักหนึ่ง คือจารึกปราสาทหินพิมาย พ.ศ. ๑๖๕๑ จังหวัดนครราชสีมา เป็นจารึกก่อนปราสาทนครวัด ในจารึกที่พิมายระบุชื่อข้าพระไว้จำนวนหนึ่ง ในบรรดาชื่อเหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งเป็นหญิง ชื่อ กน สยำ ชื่อนี้ต้องอ่านว่า กัน เสียม หรือ กันเซียม ชาวสยามเหมือนกัน
ต่อมาจึงปรากฏภาพสลักนูนต่ำทีปราสาทนครวัด พ.ศ. ๑๖๕๕ สลักว่า เนะ สยำ กุก คู่กับนักรบชาวละโว้ มีอักษรจารึกไว้ชัดเจนว่า พลละโว้
การปรากฏชื่อ ปรากฏภาพ ในภาพสลักนูนต่ำกำแพงประวัติศาสตร์นครวัด การปรากฏชื่อจารึกพระเจ้าภววรมันที่ ๒ พ.ศ. ๑๑๘๒ จึงไม่อาจโต้แย้งได้ว่ามีชาวสยามเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๑๑๘๒ จารึกจามปา พ.ศ. ๑๕๙๓ จารึกปราสาทหินพิมาย พ.ศ. ๑๖๕๑ และปรากฏภาพสลักนูนต่ำชาวสยามที่ปราสาทนครวัด พ.ศ. ๑๖๕๕ จึงขัดแย้งกับทฤษฎีฝรั่งที่ว่า ชาติไทยเพิ่งอพยพหลบหนีจากการโจมตีของกุบไลข่าน มาตั้งอาณาจักรสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ ย้ายมาตั้งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. ๑๘๙๓
เมื่อโจวต้ากวนร่วมเดินทางกับคณะราชทูตของราชวงศ์หยวนไปประเทศกัมพูชา เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ ตามหนังสือจูฟานจื้อ บันทึกว่าดินแดนนี้กว้างเจ็ดพันลี้ (๑ ลี้ เท่ากับ ๕๕๕.๕๕ เมตร ทางทิสเหนือของประเทศนี้ใช้เวลาเดินทาง ๑๕ วัน ถึงจ้านเฉิง (จามปา) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ใช้เวลาเดินทางครึ่งเดือน ถึงเสียมหลอ ทิศใต้ใช้เวลาเดินทาง ๑๐ วัน ถึงพานหยู ทิศตะวันออกเป็นมหาสมุทร
ช่วงเวลาที่โจวต้ากวนเดินทางมานครธม อาณาจักรสุโขทัยได้ก่อตั้งขึ้นแล้วเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ แต่โจวต้ากวนหาได้บันทึกถึงประเทศสยามหมายถึงกรุงสุโขทัยไม่ โจวต้ากวนกลับบันทึกว่า ประเทศสยาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา นั่นก็คือ สยามศรีวิชัย หรือสยาม ชวกะ จะให้เข้าใจว่าโจวต้ากวนไม่รู้จักเสียมหลอก๊ก ก็ยากอยู่ เพราะบันทึกโจวต้ากวนมีอีกว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ (เจนละ) ได้ทำการรบพุ่งกับชาวเสียม หมู่บ้านเหล่านั้นจึงกลายเป็นที่โล่งเสียสิ้น ยิ่งกว่านั้น ยังรู้จักจนกระทั่งผู้หญิงเสียมนั้น ถนัดเย็บชุนผ้า ชาวพื้นเมือง (เจนละ) ทำผ้าขาดต้องไปจ้างชาวเสียมให้ช่วยปะชุนให้
ภาพสลักนูนต่ำกองทัพสยำกุก กับกองทัพพลละโว้ ที่ระเบียงประวัติศาสตร์นครวัด นับเป็นจารึกเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า ประเทศเสียม (สยาม) ยกกองทัพมาช่วยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ร่วมกับกองทัพละโว้ ไปรบกับประเทศจามปา
ประเทศเสียม (สยาม) มีความสัมพันธ์กับรัฐละโว้อย่างไร?
ต้องย้อนไปพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๑๔๔๖ พระเจ้าชีวกะราช จากศิริธรรมนคร (กรุงตามพรลิงค์) อ้างสิทธิว่า พระราชมารดาของพระองค์เป็นพระราชธิดากษัตริย์ละโว้ พระองค์จึงมีสิทธิในราชบัลลังก์ละโว้ ในขณะที่กองทัพของพระเจ้าตราพกแห่งหริภุญชัยกำลังทำสงครามกับกษัตริย์ละโว้ พระเจ้าชีวกะราชแห่งศิริธรรมนคร จึงยกกองทัพทั้งทางบก ทางเรือ จู่โจมเข้าทำสงครามกับทั้ง ๒ กองทัพซึ่งกำลังอ่อนแรงในการสู้รบ พระเข้าชีวกจึงมีชัยชนะ เข้าครองราชย์บัลลังก์นครละโว้ ต่อมาพระองค์ทรงกระทำราชาภิเษกเจ้าชายบูรพโกศลกัมโพชราช หรือเจ้าชายกัมโพช ทรงเป็นกษัตริย์ละโว้
ในสมัยเดียวกันที่กรุงยโศธรปุระ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ จากราชวงศ์เขมรนับถือพระศิวะ ทรงกวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ เจ้าชายและเจ้าหญิงขอมต่างก็หนีราชภัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ เพื่อเอาชีวิตรอด มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งเป็นราชธิดาของพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๑ หลบหนีลี้ภัยไปหาพระเชษฐาชื่อพระร่วง-ละโว้ ที่นครละโว้ ต่อมาพระนางอภิเษกกับเจ้าชายเชื้อสายพระเจ้าชีวก มีพระราชบุตรอันยิ่งใหญ่ ในตำนานพระแก้วมรกต คือพระเจ้าอาทิตย์ราช หรือพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑
คำว่า เสียม หรือ สยาม มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
มีจดหมายเหตุจีนบันทึกไว้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๑ พระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากสิน ซึ่งมีเชื้อสายชาวจีน ทรงกอบกู้บ้านเมืองมีชัยชนะต่อพม่าแล้ว พระองค์ทรงส่งราชทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการและพระราชสาส์นแด่พระจักรพรรดิ เฉิน หลง พระองค์รับส่งให้เจ้ากรมพิธีการทูต ตรวจสอบเรื่องราวของประเทศสยาม เจ้ากรมพิธีการทูตรายงานว่า ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ตรวจดูเรื่อง เสียม หลัว กั่ว หรือเสียมหลอก๊กแล้ว เห็นมีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง สมัยโน้นเรียกว่า ประเทศ ซื่อ-ถู-กั่ว (หรือ เซี้ยะโทว้ หรือ เฉตู) ด้วยครั้งพระเจ้าสุยทางเต้ พระเจ้าสุยเอียงเต้ ขึ้นครองราชย์สมบัติ ปีอิดทิ้ว ขุนนาง
ราชวงศ์สุย หรือซุย มีอายุอยู่ระหว่าง พ.ศ. ๑๑๒๔-๑๑๖๑ ราชวงศ์ถังมีอายุระหว่าง พ.ศ. ๑๑๖๑-๕๐
บ้านเมืองทางแหลมมลายู หรือปลายแหลมทองในสมัยเดียวกันนั้น มีอยู่หลายเมือง เช่น เซี๊ยะโท้ว พานพาน ลังกาสุกะ กันโทลิ ประเทศตันซุน หรือเตียนสุน กิมหลิน (อู่ทอง) เป็นประเทศอยู่ในยุคสมัยเดียวกันกับอาณาจักรฟูนัน ดังนั้น เมื่อพระเจ้ามเหนทรวรมัน หรือจิตรเสน กวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ ที่อาณาจักรฟูนัน แตกสลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์หนีลงใต้ ราชวงศ์ไศเลนทร์สายหนึ่งไปตั้งดินแดนที่ริมทะเลสาบเขมร ต่อมาจีนเรียกว่าเจนละน้ำ อีกสายหนึ่งได้อพยพลงไปหาถิ่นเดิมที่ดินแดนรอบอ่าวบ้านดอน ดินแดนของพระเจ้าโกณฑัญญะ พำนักอยู่ก่อนได้รับการอัญเชิญให้ไปครองอาณาจักรฟูนัน ประเทศเซี๊ยะโท้ว เป็นประเทศอิสระ มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ราชอำนาจของพระเจ้ามเหนทรวรมัน จนกระทั่งพระเจ้าสุยเอียงเต้ต้องส่งราชทูต นำพระราชสาส์นของพระจักรพรรดิมาเจริญสัมพันธไมตรีด้วย
นครเซี้ยะโท้ว เรียกว่า นครดินแดง เพราะบันทึกจีนมีว่าเมืองนี้มีดินเป็นสีแดง จึงเรียกว่านครดินแดง ภาษาสันสกฤตเรียกว่า แคว้นรักตมฤตติกา มีจารึกแผ่นอิฐพบที่นครไทรบุรี หรือรัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย มีข้อความว่า
มหานาวิกะนามพุทธคุปต์ ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ภูมิรักตมฤตติกา ขอให้การเดินทางประสบความสำเร็จ
นครเซี๊ยะโท้ว หรือแคว้นตมฤติกา อยู่ที่ไหน?
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||