16 มีนาคม 2551ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์สยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
บทความทางประวัติศาสตร์ของ คุณ ไมเคิล ไรท์ เป็นบทความที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัย พระนารายณ์ โดย คุณ ไมเคิล ไรท์ ใช้เอกสารชั้นต้นที่ถูกค้นพบใหม่
ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์สยาม :
เอกสารชั้นต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์ที่เปิดเผยใหม่
ความนำ
ในวารสารสยามสมาคม JSS vol.90.1&2, (2002) Dr.Michael Smithies ได้เสนอและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เอกสารสมัยสมเด็จพระนารายณ์ชิ้นหนึ่งที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงการสยามศึกษามาก่อน เอกสารชิ้นนี้เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์-ประวัติศาสตร์ที่รู้กันหรือเชื่อกันในยุคนั้น, จึงสมควรจะเผยแพร่เป็นภาษาไทย
ความเป็นมาของเอกสาร
เอกสารฉบับนี้ไม่สมบูรณ์และชื่อเดิมไม่ปรากฎ, แต่จากหลักฐานภายในก็เชื่อได้ว่าทำขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๔ และคงเป็นฝีมือราชบัณฑิตกรุงศรีอยุธยา จากเนื้อความเราทราบได้ว่า นี่คือหนังสือแนะนำให้ราชทูตสยามตอบอย่างเหมาะสมเมื่อถูกราชการต่างประเทศซักถาม, จึงแต่งเป็นรูปปุจฉา-วิสัชนา ขอเรียกไว้ก่อนว่า คู่มือทูตตอบ
หนังสือ คู่มือทูตตอบ มีประวัติดังนี้
๑. ฉบับเดิมภาษาไทยที่หายไปนั้น, ทำขึ้นมา พ.ศ. ๒๒๒๔
๒.ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันบาทหลวงคงแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส คนแปลคงถนัดภาษาไทยดีมาก เพราะท่านปริวัตรชื่อเฉพาะต่าง ๆ ถูกต้องแม่นยำตามตัวอักษรอย่างมีระเบียบเฉพาะของท่าน แต่ฉบับนี้ไม่เหลือให้เห็นเช่นกัน
๓. ต่อมาเมื่อฉบับที่ ๒ ลบเลือนเสียมาก, ก็ได้รับการคัดลอกอีกชั้นหนึ่งโดยบาทหลวง (?) ที่ไม่รู้ภาษาไทยและมีลายมือแย่มาก ชื่อเฉพาะหลายคำจึงเลอะเลือน, จึงติดตามคำเดิมได้ยาก ฉบับนีแหละที่เหลือให้ตรวจในหอจดหมายเหตุของคณะบาทหลวง Missions Etrangère de Paris (AME 854.ff.7213727)
๔. ต่อมาฉบับที่ ๓ ได้รับการพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาฝรั่งเศสโดย
๕ ใน JSS vol.90 ท่าน Smithies ได้แปลภาษาฝรั่งเศสในฉบับที่ ๔ ของท่าน
ในบทความนี้ผมจะพยายามแปลงานของ Smithies เอกสารสมัยสมเด็จพระนารายณ์ชิ้นหนึ่งที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงการสยามศึกษามาก่อน เอกสารชิ้นนี้เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์-ประวัติศาสตร์ที่รู้กันหรือเชื่อกันในยุคนั้น (ฉบับที่ ๕) เป็นภาษาไทย, ทั้งนี้โดยจะไม่หวังรื้อฟื้น (Reconstruct) ภาษาของฉบับภาษาไทยชั้นปฐม ผมจะแปลภาษาอังกฤษของ Smithies อย่างเรียบง่ายพอได้ความ (ผิดๆ ถูกๆ ) ส่วนศัพท์ที่เป็นชื่อเฉพาะนั้น, หากจับความได้มั่นคงไม่เป็นที่สงสัย, ผมจะปริวัตรเป็นอักษรไทยโดยไม่มีอักษรโรมันกำกับ หากเป็นที่สงสัยก็จะเสนอคำแปลโดยมีอักษรโรมันกำกับ หากนึกไม่ออกผมจะให้เฉพาะอักษรโรมันและขอให้ท่านผู้อ่านช่วยสันนิษฐาน
ในกรณีชื่อบุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ผมอาศัยฉบับภาษาฝรั่งเศสของ Forest เพราะฉบับภาษาอังกฤษของ Smithies มีการคัดลอกพิมพ์ผิดเพิ่มเติมบ้าง
หลักการปริวัตรไทยเป็นโรมันของต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส (ที่หายไปแล้ว) มีดังนี้ :-
tt = th; pp = ph; c = ก; ch = ช; thi = จ; aa = อา; ae = ไอ; ou = อู; ue = อือ; ea = เอีย; uea = เอือ
แต่มีระบบการปริวัตรนี้ถูกเขย่าด้วยการคัดลอกผิดมากกว่า ๑ ครั้ง
คู่มือทูตตอบ
(๗๒๑) หากท่านถูกซักถามถึงยศบรรดาศักดิ์ของท่านให้ตอบว่า ท่านหนึ่งเป็นออกพระ, ท่านหนึ่งเป็นออกหลวง, ท่านหนึ่งเป็นออกขุน, ออกพระนั้นเทียบเท่า Marquis, ออกหลวงเทียบเท่า Count, ส่วนออกขุนหมายถึงคนเกิดในตระกูลผู้ดี
หากถูกถามถึงตำแหน่งและหน้าที่ในราชสำนัก
ให้ตอบว่า รับราชการและเป็นนายทหาร
หากถามเรื่องสุขภาพของพระเจ้ากรุงสยาม
ให้ตอบว่า ทรงมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์
หากถามถึงเจ้าฟ้าหญิง, เจ้าฟ้าชาย, ข้าราชการผู้ใหญ่ และข้าในวังทั้งหลาย
ให้ตอบว่า ทุกคนสุขสมบูรณ์ ยินดีอยู่ใต้อำนาจพระมหากษัตริย์กรุงสยาม, พระมหามนตรี ที่คุมราชการด้วยวิจารญาณยิ่งนักมา ๒๐ กว่าปีแล้วนั้นถึงแก่กรรม ๒-๓ เดือนที่แล้วหลังจากล้มป่วยมานาน
หากถามว่า กษัตริย์องค์ปัจจุบันสืบตระกูลมาแต่ใด, และกรุงสยามเก่าแก่หรือสร้างใหม่, และเมืองโบราณสุดอยู่ที่ใด
ให้ตอบว่า พระเจ้าแผ่นดินองค์ปัจจุบันสืบสันตติวงศ์มาจากสมเด็จพระปฐมสุริยนารายณีศวรบพิตร์ Seangae ซึ่งครองเมืองชัย Ppaha มหานคร เมื่อ พ.ศ. ๑๓๐๐ โดยมีกษัตริย์ ๑๐ พระองค์สืบทอดกันในเมืองนั้น ต่อมาสมเด็จพระยโศธรวรรมเทพราชาธิราช (Sommedethia Prayasouttora Tiarrena Ttepperaacchaatti) ก่อตั้งกรุงยโศธร (ปุระ) นครหลวง และมีกษัตริย์อีก ๑๒ พระองค์ สืบทอดกันมา ต่อจากนั้นไปสมเด็จพระพนมทะเลศรีมเหศวรวารินทร์ราชบพิตร ไปอยู่สุโขทัย ใน พ.ศ. ๑๗๓๑ ท่านก่อตั้งเมืองเพชรบุรีที่มีกษัตริย์ ๔ องค์ครองเป็นระยะเวลา ๑๖๓ ปี ในที่สุดสมเด็จพระรามาธิบดีบพิตร์ ได้สืบสันติวงศ์และสร้างกรุงสยามในปี ๑๘๙๔, ซึ่งเป็นราชธานีตลอดจนทุกวันนี้ โดยชื่อว่ากรุงเทพมหานครศรีอยุธยา พระองค์ทรงครองอยู่ ๒๗ ปี ต่อไป สิริรวมมีกษัตริย์ ๕๐ พระองค์ ในระยะเวลา ๙๒๖ ปี
(๗๒๒)
หากถามว่าเราคำนวณ
ให้ตอบว่า ตั้งแต่ปีปรินิพพานของพระสมณโคดม, คือเมื่อ ๒,๒๒๖ ปีก่อนปัจจุบัน
หากถามว่า มีเจ้าฟ้าชาย-หญิงกี่พระองค์
ให้ตอบว่าฟ้าหญิงหนึ่ง, ฟ้าชายสอง และมีพระราชบุตร บุตรีอีกจำนวนหนึ่ง
หากถามอายุฟ้าหญิงฟ้าชาย
ให้ตอบว่า ฟ้าหญิงอายุ ๒๕, ฟ้าชายองค์หนึ่งอายุ ๓๙, อีกองค์ ๒๙
หากถามว่า วังนั้นมีสัณฐานอย่างไร, ใหญ่แค่ไหน
ให้ตอบว่า วังมีกำแพง ๓ ชั้นทำด้วยอิฐและหิน, ใหญ่โตกว้างขวางสูงสง่า ตรงกลางมีหอสูงมากก่อด้วยหิน, อิฐและไม้, ปิดทองทั่ว, หลังคามุงด้วยดีบุก มีสวนดอกไม้, ไม้ยืนต้นเรียงเป็นแถว และน้ำพุ, ทั้งนี้ในกำแพงชั้นที่ ๓ ภายในกำแพงอีก ๒ ชั้น มีทั้งสวนดอกไม้นานาชนิด, สระน้ำใหญ่พร้อมน้ำพุและอาคารน้อยใหญ่มุงด้วยดีบุกปิดทอง, พร้อมทั้งสวนสัตว์
หากถามว่า กรุงสยามใหญ่เพียงใด
ให้ตอบว่า มันอยู่บนเกาะ, มีแม่น้ำกว้างใหญ่ล้อมรอบมีชื่อว่า แม่น้ำ คือแม่แห่งน้ำทั้งหลาย มีกำแพงอิฐล้อม, วัดโดยรอบ ๖,๐๐๐ วา หรือ ๓๐๐ เส้น
หากถามว่า สยามร้อน-เย็นอย่างไร
ให้ตอบว่า มี ๓ ฤดู, คือร้อนซึ่งไม่
(ต้นฉบับลบเลือน), เย็น และฝน
หากถามว่า พระเจ้าแผ่นดินไปอยู่ละโว้ทำไม และเมืองนั้นเป็นอย่างไร
ให้ตอบว่า เมื่อ ๓๐๐ ปีที่แล้วเมืองนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินแต่แล้วถูกทิ้งให้ร้าง องค์ปัจจุบันให้บูรณะขึ้นใหม่และสร้างวังที่พระองค์โปรดประทับเป็นส่วนใหญ่เมืองนี้ยังอยู่ใกล้ป่าที่ท่านโปรดไปคล้องช้าง, ล่าเสือและสัตว์อื่น
หากถามว่า พระเจ้ากรุงสยามส่งทูตถึงเมืองใด
ให้ตอบว่า แต่ก่อนส่งทูตไปยังจีน, ญี่ปุ่น, เปอร์เซีย, อังวะ และลาว ปัจจุบันทูตไปญี่ปุ่น,อังวะ และลาวยกเลิกไป เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะทูตใหม่ออกไปฝรั่งเศสและยังไม่ทันกลับเข้ามา แผ่นดินมีศึกสงคามกับอังวะและลาวส่วนญี่ปุ่นนั้นจะส่งทูตไปนาน ๆ ทีแต่มีเรือไปมาทุกปี
หากถามว่า ในราชอาณาจักรมีช้างมาก
ให้ตอบว่า ไม่มีเมืองใดอื่นที่มีช้างดีและมากมายเท่า, ว่ามีช้างเผือก ๒ เชือก ที่ได้รับความเคารพอย่างสูง ในกรุงสยามมีโรงช้าง ๔๐๐ โรงไว้เชือกชั้นเอก นอกเมืองและตามหัวเมืองยังมีอีกหลายโรง ทุกปีไม่ขาดชาวมัวร์ เข้ามาซื้อ ๒-๓ ร้อยเชือก ถวายให้โมคุล ม้าก็มีแต่จำนวนไม่มากมันไม่จำเป็น เพราะเมื่อออกล่าสัตว์หรือดำเนินสงครามก็ต้องบุกป่าดงดิบซึ่งม้าทำไม่ได้ดีเท่า (ช้าง)
ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์สยาม :
หากถามว่า สยามมีประชาชนหนาแน่นไหม
ให้ตอบว่า ประชาชนหนาแน่นมากและมีชาวต่างชาติ มาจากทุกประเทศ
หากถามว่า สยามมีประเทศราชอะไรบ้าง อาณาจักรไหนบ้างอยู่รอบข้าง
ให้ตอบว่า เมืองเหนือประกอบด้วย ๘ แคว้น
แคว้นที่ ๑ คือ พิษณุโลก (Procelouc) หัวเมืองชื่อ พิษณุโลก (Pissenoulouc) มีเมืองรอง ๑๐ เมือง คือ เมืองนครไทย เมืองชสตกาล เมืองไชยนาม เมือง SeriPpram เมือง Trenom เมืองชุมศรสำแดง เมืองชุมแสงสงคราม เมือง Pippat Songcramme เมือง Ppiboune เมืองนคร Paamaac
แคว้นที่ ๒ คือ สวรรคโลก หัวเมืองชื่อเดียวกัน มี เมืองรอง ๘ เมือง คือ Ppissetcousanne เมือง Pissanechaesat เมือง Pprien Songcramme เมือง Ppirao Morenarongt เมือง Seraae ppraam เมือง Rekaa เมือง Chivitabouri เมือง Sippana Maat
แคว้นที่ ๓ คือ สุโขทัย หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมือง รอง ๗ เมือง คือ เมืองนคร Yong เมือง Cooracraat เมืองศีรีมาศ เมืองราชธานี เมือง Seri Songcramme เมือง Raamappichit เมือง Ritti Reuchae
แคว้นที่ ๔ คือ กำแพงเพชร หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๑๐ เมือง คือ เมือง Ttesse เมือง ไตรตรึงส์ เมือง โบราณราชา เมืองเชียงเงิน เมืองเชียงทอง เมือง Koussamme Ppuanne เมือง Baanne Pperabouri เมืองตาก (Taat) เมืองเชียง Leudet
แคว้นที่ ๕ คือ ราชสีมา เมืองเอกชื่อนครราชสีมา มีเมืองรอง ๕ เมือง คือ เมืองพิมาย เมือง Pachom เมืองชัยบาดาล เมือง Camppe(r)aane เมือง Ppeong
แคว้นที่ ๖ คือ เพชรบูรณ์ หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๒ เมือง คือ เมือง Thiantta Vanao เมือง Crae นคร Et
แคว้นที่ ๘ คือ พิชัย หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๗ เมือง คือ เมืองบางโพ เมืองฝาง เมืองลับแล เมืองพิพัฒน เมือง Ppateboune เมือง Trevantri Soune เมือง Phiboune Patthiimme
นอกจากนี้เมืองเหนือมีอีก ๑๒ เมืองที่ไม่ขึ้นกับแคว้นดังกล่าว คือ เมือง Ppithitaoa เมืองนครสวรรค์ เมืองชัยนาท เมืองอุทัยธานี เมืองมโนรมย์ เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองลพบุรี เมืองสระบุรี เมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรี เมืองอ่างทอง เมืองกาญจนบุรี เมืองฉะเชิงเทรา (Chattreung Tteraa) เมือง ไทรโยค เมืองศรีสวัสดิ์ เมืองทองผาภูมิ เมือง Ttong Ttaatri
นี่คือรายชื่อเมืองข้างบนอย่างคร่าวๆ แล้วยังมีรายชื่อเมืองข้างล่างดังนี้ :-
แคว้นที่ ๑ คือ โจฮอร์ ซึ่งแต่ก่อนเป็นอาณาจักรอิสระ หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๗ เมือง Sia เมืองตรังกานู เมือง Coungonne เมือง Dili
แคว้นที่ ๒ คือ เมืองตานี หัวเมืองมีชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๘ เมือง (๗๒๔) คือ เมือง กลันตัน เมือง Saae เมือง Pinkra เมือง Plessout เมือง Moeng เมือง Krevann เมืองเทพา เมือง Sacomme Si Ttarema
แคว้นที่ ๓ คือ นครศรีธรรมราช หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๒๐ เมือง คือ เมือง Sangcalaat เมืองไชยา เมืองท่าทอง เมืองพุนพิน เมืองสิชล (Chaacram) เมือง Klaae เมือง Ppichienne เมืองพนัน เมือง koure เมือง Proome เมืองตรัง เมืองถลาง เมืองบางคลี เมืองตะกั่ว เมืองพังงา เมืองภูเก็ต เมืองท่าสง เมือง Chaiamontri เมือง Ttaebouri เมือง Maieng
เมืองตะนาวศรีเป็นเมืองเอกของแคว้นที่ ๓ หัวเมืองมีชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๑๒ เมือง คือ เมืองมะริด เมืองสิงขร (sicoorabouri) เมืองแม่น้ำ เมือง Thing เมือง Langcereui เมือง Plo เมือง Pelaa เมือง Kantooc เมืองทวาย เมือง Pee เมือง Pela เมือง Kouttee
แคว้นที่ ๔ คือจันทบูร หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมือง รอง ๗ เมือง คือ เมืองระยอง เมือง ขลุง เมืองแกลง เมืองตราด เมือง Uenne เมืองบางละมุง เมืองบางพระ
แคว้นที่ ๕ คือ พัทลุง หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๘ เมือง คือ เมือง Sannetang เมือง Vangseung เมือง Pequeut เมือง Pluenanne เมือง Ppetong เมือง Ratappoumi
แคว้นที่ ๖ คือ Chaevonne หัวเมืองชื่อเดียวกัน มีเมืองรอง ๒ เมือง คือ เมือง Satonne เมือง Thiangou
นอกจากนี้ยังมีอีก ๑๓ เมืองที่ไม่ขึ้นกับแคว้นดังกล่าว ได้แก่ เมืองนนทบุรี เมืองธนบุรี เมืองพระประแดง เมืองสาครบุรี เมืองชลบุรี เมืองนครคีรี เมืองกุยบุรี เมืองปราณบุรี เมืองชุมพร เมือง Ppenom
หัวเมืองเหล่านี้ล้วนส่งดอกไม้เงินดอกไม้ทองเข้ามาถวายทุกปี เมืองรองต่างส่งเงินเข้ามาตามแต่กำหนด ทางทิศเหนือของสยามมีเชียงใหม่ จากเชียงใหม่ย่อมขึ้นไปถึงเมืองเขมราช จากนั้นถึงเมือง Meenne Naaou และจาก Meenne Naaou ถึงเมืองจีน หากจะไปกรุงอังวะจากเชียงใหม่ก็ต้องผ่านเมือง Ttaatang เมืองหาง เมืองเชียงรุ้ง เมืองนาย เมืองยองห้วย เมือง Kangtaa จนรอดถึงวัฒนปุระอังวะ จากอังวะก็ไป Keechee ถึงยะไข่ (Requeung) ถึงยะไข่ (Racang) แล้วรอดถึงเบงกอลซึ่งเป็นแดนของโมคุล
ด้านตะวันตกมีอาณาจักรทวาย (Ttevaae) ซึ่ง
. (ต้นฉบับลบเลือน)
ด้านใต้มีละครหรือนครศรีธรรมราช แต่นั้นไปถึงพัทลุงตานี และโจฮอร์ซึ่ง
(ต้นฉบับลบเลือน) แล้วพ้นเขตสยามเสียแต่นั่นไปก็ถึงเมือง Predolla
ด้านตะวันตกไปถึงเมืองกาญจนบุรีสุดแดน จากนั้นไปเมืองมะละแหม่ง (Lacleung) และเมืองเมาะตะมะ (Motema) จากนั้นไปหงสา เมืองตองอู เมืองแปร (Pronne) จนรอดถึง อังวะ
จากพิษณุโลก (Porcelouc) จะไปตังเกี๋ย (Tonquin) เราไปทางเมืองแพร่ (Ppae) เมืองน่าน เมือง Chienrong๑ แม่น้ำ Quiaou๒ ซึ่งอยู่ที่ชายแดนตังเกี๋ย
จากสยาม๓ จะไปนครราชสีมา (Koorasema) เราไปทางเพชรบูรณ์ (Pochebonne) ซึ่งอยู่สุดแดน จากนั้นอาจจะต่อไปยังราชอาณาจักรศรีสัตตนาค๔ (Seri Sattanaac) หรือล้านช้าง (Loanne Chang) จกนั้นอาจจะต่อไปยังตังเกี๋ย จีน Cococnhine๕จำปา๖
ในทิศตะวันออกถึงแคว้นกัมพูชาธิบดี๗ ซึ่งอยู่สุดแดนล้านช้าง หากจะไปเวียดนามใต้ (Cocinchine) หรือจำปา
ในทิศตะวันตกถึงปากน้ำเพชรบุรี นคร (Ligor) พัทลุง ตานี โจฮอร์ มะละกา เมืองกลัง เมือง Pre เมืองจะไร (Cherae) เมืองตรัง เมืองถลาง หรือ Joncalan Bangari ตะนาวศรี ทวาย Siriang Settouai Requeung หรือ Racang และในที่สุดถึง Mueang Het
หากถามว่า ทำไมพระเจ้ากรุงสยามจึงทรงส่งทูตไปยังโปรตุเกส พระองค์ต้องการอะไร ขาดแคลนสิ่งใด
ให้ตอบว่า พระองค์ทรงส่งทูตไปเพียงเพื่อสถาปนาพระราชไมตรีอันมั่นคงระหว่างทั้งสองแผ่นดิน แต่ทูตมุ่งจะได้บางสิ่งบางอย่างที่พระองค์ทรงปรารถนา
หากถามว่า แผ่นดินนี้มีสินค้าหรือของวิเศษอะไรบ้าง
ให้ตอบว่า ตามภูเขาได้พบ (ศัพท์ขาดหาย)แล้วยังพบ
ของนก ดีบุก calain ดินประสิว ดินปืน ทองคำ ไม้จันทร์
ขี้ผึ้ง กำยาน cheran รง รังนก ลูกกระเบา พริกไทย งาช้าง หมาก น้ำมันมะพร้าว หนังวัวหนังกวาง ฝ้ายทั้งปั่นและดิบ หนังปลากระเบน ไม้สัก ข้าว และเกลือ
ต่อมามีท่อนใหญ่ปุจฉาวิสัชนาว่าด้วยการรณรงค์สงครามท่อนนี้อาจจะสำคัญมากแต่เต็มไปด้วยศัพท์และเทคนิคจนแปลกันไปแปลกันมาไม่ค่อยได้ความ ผมจึงขอเว้นที่จะถ่ายทอดในที่นี้
หากว่า มีมนตรี (mandarins) จำนวนเท่าใด และจัดตั้งกันอย่างไร
ให้ตอบว่า ตามประเพณีสยามมีมหามนตรี ๖ ท่าน ที่พระเจ้าแผ่นดินใช้ให้บริหารงานรัฐ คือ พระคลัง (barcalong) ที่ดูแล ราย - ได้ ของแผ่นดิน ทั้งภาษี ขนอน ส่วย เก้บเข้าสู่พระคลังหลวง และคุมหัวเมืองฝ่ายใต้ เหนือข้าหลวงเหล่านั้นและยังคุมชาวต่างชาติ รับราชทูตและตอบจดหมายราชทูต ที่ ๒ คือพระกลาโหม (praklaahom) ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ที่ครองกองทหารทุกหน่วยและคุมปืนใหญ่ศาสราวุธทั้งหลาย ที่ ๓ คือ
นายกที่ครองข้าหลวงเมืองเหนือทั้งหลาย (๗๒๗) และคุมตำรวจ (la police) และถนนหนทาง ที่ ๔ คือพระยมราช (pprayoomeracha) ซึ่งเป็นใหญ่
ที่ ๕ เป็นผู้ดูแลพระบรมมหาราชวัง ที่ ๖ คือพลเทพ (ppollettop) ที่ดูแลเรื่องที่ดิน มนตรีอื่นๆ ต่างมีหน้าที่เฉพาะของตน
หากถามว่า ทหารได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือไม่และเท่าไร
ให้ตอบว่า รับ บางคนมากบางคนน้อย
หากถามว่า แผ่นดินอุดมสมบูรณ์และมั่นคั่งหรือไม่
ให้ตอบว่า อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่งจนส่งเสบียงยังประเทศเพื่อนบ้านรอบข้าง และยังอุดมด้วยผลไม้ทุกชนิด
หากถามว่า ที่สยามก่อสร้างอย่างไร
ให้ตอบว่า สร้างบ้านเรือนด้วยอิฐและไม้
หากถามว่า มีชาวต่างขาติอยู่ในสยามมากไหม
ให้ตอบว่า มีชาวโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ ฮอลันดา จีน ญี่ปุ่น มัวร์ มาเลย์ และชาติอื่นๆ บางคนอาสารับราชการ บางคนมาค้าขายกันเอง
หากถามว่า พ่อค้าในสยามนั้นติดต่อค้าขายที่ไหนบ้าง
ให้ตอบว่า เขาไปมาหาสู่กันกับทุกหัวเมืองใหญ่ของ
หากถามว่า ชาวต่างประเทศนำอะไรเข้ามาขายในสยาม
ให้ตอบว่า ชาวมัวร์แห่งสุรัฐ ชาวอังกฤษที่ไปค้าขายที่นั่นเป็นประจำ ชาวเปอร์เซีย ชาวมัวร์แห่งเบงกอลและมสุลิปฎัม ต่างนำเครื่องทอ เครื่องยา พรมและของเทศอื่นๆมาขาย ชาวจีนนำทองคำ ผ้าไหม แพร ไหมดิบ เครื่องถ้วย ชา
ฯลฯ ชาวเวียดนามใต้ (Les cocinchinois) นำทองแดงและ calamba ผ้าไหมและไหมดิบ ชาวญี่ปุ่นนำ ทองคำ เงิน ทองแดง และเครื่องถ้วย ชาวมาเก๊านำไหม เครื่องถ้วย และ tutaneg ชาวมะนิลา นำเครื่องเงิน ลวดลาย พลอย และ
ชาวมาเลย์นำพริกไทย หวาย cayans ไม้หอม (bois d aigle)
sapam
หากถามว่า พ่อค้าเหล่านี้หาอะไรในสยามไปป้อนตลาดเขา
ให้ตอบว่า เขาหา calain ตะกั่ว เหล็ก ดินปะสิว ไม้จันทร์ ขี้ผึ้ง การบูร (benjoin) รง รังนก cheran ผลไม้ที่เรียกว่าลูกกระเบา (loucquebaou) พริกไทย งาช้าง ลูกหมากแห้ง น้ำมันมะพร้าว หนังกวางหนังควาย ข้าว และเกลือ เขายังหาสินค้าอีกหลายชนิดที่นำเข้ามาจากที่อื่น
หากถามว่า ท่าน
ให้ตอบว่า ท่านเป็นชาวกรีก มาจากอังกฤษ ท่านมาอาสา
(ต้นฉบับขาดเพียงเท่านี้)
ข้อสังเกตเบื้องต้น
๑. Chienrong ควรเป็น Chiengttong = หลวงพระบาง
๒. Quiaou = เขียว ? หรือเป็นคำเวียต ?
๓. สยามในที่นี้คือ กรุงศรีอยุธยา
๔. ศรีสัตตนาค คือ ล้านช้าง
๕. Cocinchine หรือ Cochinchina คือเวียดนามตอนใต้
๖. จำปา คือ เมืองจามในภาคกลางของเวียดนาม
๗. กัมพูชาธิบดีคือเมืองเขมร
๘. ปากน้ำในที่นี้น่าจะหมายถึงปากน้ำโขง
๙. นคร คือนครศรีธรรมราช
๑๐. ตานี คือ ปัตตานี
๑๑. Joncalan คือ Junkceylon ของอังกฤษ น่าจะมาจากคำมาเลย์ Ujong (แหลม) + Salan (ชาวเล) คำหลังพม่าออกเสียงว่า Thalang จึงกลายเป็น กลาง
๑๒. Siriang คือ Syriam เมืองท่าที่ปากน้ำอิรวดี
๑๓. Settouai น่าจะเป็น Sittwe ในแคว้นยะไข่ (Arakan
๑๔. Requeung หรือ Racang น่าจะเป็นยะไข่
๑๕. Mueang Het ต้องหมายถึงอินเดียตามตำแหน่ง ขอเสนอว่าคงคัดลอกกันผิดจาก Mueang Ttes (เมืองเทศ)
๑๖. calain หมายถึงตะกั่ว ?
๑๗. Cheran ?
๑๘. loucquebaou หมายถึงลูกกระเบา ใช้ทำยา
๑๙. barcalong คำนี้เขียนตามปากฝรั่ง (โปรตุเกส)
๒๐. เมืองฝ่ายใต้ คงหมายถึงเมืองท่าต่างๆ ตามชายฝั่ง
๒๑. ชาวต่างชาติในที่นี้คงหมายถึงพ่อค้าต่างประเทศ เช่น จีน แขก และฝรั่ง
๒๒. praklaahom ดูเขียนตามไทยมากกว่าตามปากฝรั่ง
๒๓. la police น่าจะมีความหมายต่างกับ ตำรวจ ปัจจุบัน
๒๔. มัวร์ (Moor) ฝรั่งใช้หมายถึงชาวมุสลิมโดยทั่วไป คงแปลมาจาก แขกเทศ ให้ต่างกับ มาเลย์
๒๕. Indes (
๒๖. สุรัฐ คือ
๒๗. มุสลิปฎัม คือ Machilipatnam ปัจจุบัน แต่ก่อนเป็นเมืองท่าของรัฐ Golkonda บนฝั่งตะวันออกของแหลมอินเดีย
๒๘. calamba หมายถึงไม้หอม Aquilaria agallocha อย่างดี
๒๙. tutaneg หมายถึง ทองเหลือง
๓๐. มะนิลา คือ หมู่เกาะฟิลิปปินส์
๓๑. bois d aigle หมายถึงไม้หอม Aquilaria agallocha
๓๒. sapan หมายถึง ไม้ฝาง ใช้ย้อมผ้า
๓๓.
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น


| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
วันที่ 16 มิถุนายน 2551 เวลา 11:49
โดย : 0077
อีเมล์ : อ มใส
เว็บไซต์ :
IP 118.172.134.xxx