24 กุมภาพันธ์ 2551สาธารณรัฐโคโซโว | |
เมืองหลวง | พริชตีนา |
เมืองใหญ่สุด | พริชตีนา |
ภาษาราชการ | ภาษาแอลเบเนียและภาษาเซอร์เบีย |
รัฐบาล | สาธารณรัฐ |
- ประธานาธิบดี | ฟัตมีร์ เซย์ดิว |
- นายกรัฐมนตรี | ฮาชิม ทาชี |
ประกาศเอกราช1 | จาก เซอร์เบีย |
- ประกาศ | 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 |
เนื้อที่ |
|
ประชากร |
|
สกุลเงิน | ยูโร2 () (EUR) |
โคโซโว หรือ คอโซโว หรือ คอซอวอ (Kosovo; ภาษาแอลเบเนีย: Kosova หรือ Kosovë; ภาษาเซอร์เบีย: Косово) เป็นภูมิภาคหนึ่งในคาบสมุทรบอลข่าน ติดกับประเทศเซอร์เบีย ทางทิศเหนือ มอนเตเนโกร ทางตะวันตก แอลเบเนียและสาธารณรัฐมาซิโดเนีย ทางใต้ ไม่มีทางออกสู่ทะเล คอโซโวได้ประกาศเป็นรัฐเอกราชแบบเอกภาคีในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐคอโซโว (Republic of Kosovo) มีการรับรองจากบางประเทศ ในขณะที่เซอร์เบียยังคงถือว่าคอโซโวเป็นจังหวัดปกครองพิเศษของตน
เมืองหลวงของคอโซโวคือ กรุงพริชตีนา (Priština) จำนวนประชากรทั้งจังหวัดประมาณ 2 ล้าน 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์แอลเบเนีย (ร้อยละ 92) ชาวเซิร์บ (ร้อยละ 5.3) และมีชาวตุรกี ชาวบอสเนีย กลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกเล็กน้อย (รวมกันร้อยละ 2.7)
คอโซโวอยู่ภายใต้การบริหารของสหประชาชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ในขณะที่เอกราชของเซอร์เบียนั้นเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก โดยแท้จริงแล้ว การปกครองของเซอร์เบียมิได้ปรากฏในจังหวัดนี้เลย องค์กรที่ปกครองคอโซโวอยู่คือคณะทำงานสหประชาชาติในคอโซโว (United Nations Mission in Kosovo: UNMIK) และสถาบันการปกครองตนเองชั่วคราวของท้องถิ่น (Provisional Institutions of Self-Government) โดยมีกองกำลังคอโซโว (Kosovo Force: KFOR) ภายใต้การนำขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้รักษาความมั่นคง
จังหวัดคอโซโวเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและดินแดนมานานระหว่างชาวเซอร์เบีย (ก่อนหน้านี้คือชาวยูโกสลาฟ) กับชาวแอลเบเนียซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด การเจรจาในระดับนานาชาติเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2549 เพื่อตัดสินสถานะสุดท้าย จากรายงานของสื่อแขนงต่าง ๆ คาดกันว่า การเจรจาจะนำมาซึ่งเอกราชของดินแดนแห่งนี้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 รัฐสภาของคอโซโวประกาศเอกราชของประเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว ประเทศที่ยอมรับการประกาศเอกราชแล้วได้แก่ อัฟกานิสถาน คอสตาริกา สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส แอลเบเนีย ตุรกี สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เซเนกัล สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสาธารณรัฐตุรกีไซปรัสเหนือ โดยสองประเทศหลัง เป็นประเทศที่ยังได้รับการรับรองเพียงบางส่วนเช่นกัน มีหลายประเทศที่ประกาศชัดเจนว่าไม่รับรองเอกราชของคอโซโว ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส ไซปรัส จอร์เจีย คาซัคสถาน มอลโดวา โรมาเนีย รัสเซีย เซอร์เบีย สโลวาเกีย สเปน ศรีลังกา และเวียดนาม
ประวัติศาสตร์
ดินแดนโคโซโวมีชาวบ้านที่อยู่แต่ดั้งแต่เดิมในสมัยสำริด คือชาวอิลลีเรีย เผ่าดาร์ดานี โดยที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุถึง ราชอาณาจักรดาร์ดาเนีย เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนโคโซโวถูกเรียกว่า ดาร์ดาเนีย มาจนถึงศตวรรษที่ 19 ต่อมาราว 100 ปีก่อนคริสตกาล ดาร์ดาเนียได้ตกอยู่ใต้การปกครองของโรมันและจักรวรรดิไบเซนไทน์ ชาวเซิร์บอพยพเข้ามาอยู่ในดินแดนนี้พร้อมคลื่นผู้อพยพกลุ่มต่างๆ ที่ทะยอยกันมาจากเทือกเขายูราลเมื่อคริสตศตวรรษที่ 7-8 เพื่อมาตั้งรกรากในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป และกระจัดกระจายกันออกไปในนามต่างๆ กันเช่น เซิร์บ โครแอท มาซีโดเนีย และสโลวีเนีย การอพยพเข้ามาของกลุ่มเหล่านี้ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าของดินแดนเดิม จนปี 1206 ชาวเซิร์บจึงเข้ายึดครองดินแดนแถบโคโซโวได้ แต่ต่อมาก็ต้องเจอกับอำนาจที่เหนือกว่าคือจักรวรรดิมุสลิมออตโตมันเติร์ก ซึ่งได้เข้ายึดและปกครองดินแดนแถบนี้ 500 ปี เริ่มตั้งแต่สงครามโคโซโว ปี 1389 ไปจนถึงปี 1912 ปี 1912 หลังสงครามบอลข่าน เซอร์เบียเข้ายึดครองโคโซโว ต่อมาปี 1918 โคโซโวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวีย จากนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ โดยมีนายพลติโต เป็นประธานาธิบดี เมื่อระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายในปี 1989 รัฐต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นยูโกสลาเวียก็พากันแยกตัวเป็นประเทศอิสระ ได้แก่ สโลวีเนีย โครเอเชีย มาซีโดเนีย บอสเนีย มอนเตเนโกร โคโซโวเองเจอปัญหาจากความคลั่งชาติของอาชญากรสงคราม สโลโบดัน มิโลเซวิช มาตั้งแต่ปี 1990 จนกระทั่งเหตุการณ์ตึงเครียดสุดเมื่อเซอร์เบียส่งกองทัพเข้าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในโคโซโวในปี 1998 ทำให้นาโต ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยส่งเครื่องบินทิ้งบอมบ์ จนเซอร์เบียต้องยอมถอนทหาร จากนั้นในเดือนมิถุนายน 1999 กองทหารนาโต 40,000 คนเข้ารักษาความมั่นคงในโคโซโว เป็นการยุติบทบาทของเซอร์เบียในโคโซโวไปตลอดกาล นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา โคโซโวจึงได้ชื่อว่าเป็นแคว้นหนึ่งของเซอร์เบียเพียงในนาม ในขณะที่การบริหารงานทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ โดยมีโดยกองกำลังทหารของสหประชาชาติ นำโดยนาโต รักษาความปลอดภัยในประเทศ
วันที่ 17 ก.พ.2008 หลังจากรัฐสภาโคโซโวลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ ฮาชิม ทาซี นายกรัฐมนตรีโคโซโว ประกาศแยกโคโซโวออกจากเซอร์เบียเป็นประเทศอิสระ ประเทศหลักที่ให้การสนับสนุนการประกาศเอกราชของโคโซโวคือ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU)
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||