สาระน่ารู้ของคนรักบ้านในสัปดาห์นี้ ผมจึงใคร่ ขอนำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ในด้านที่เกี่ยวกับงานรังสรรค์การออกแบบในด้านสถาปัตยกรรม เพื่อให้บรรดาชาวคนรักบ้านได้ตระหนักถึง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ และเกิดความภาคภูมิใจที่ได้มีบุญเกิดมาร่วมรัชสมัยใต้ร่มพระบรมโพธิ์สมภาร อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น เป็นสุข ประกอบสัมมาอาชีวะ บนผืนดินอันอุดมของภัทรมหาราชพระองค์นี้ครับ
หากจะกล่าวถึง พระอัจฉริยภาพของ "พ่อ" ในศาสตร์แขนงต่างๆ มีปรากฏให้เห็นมากมายจนเหลือจะคณานัป อันเป็น ผลจากการที่พระองค์ทรงงานอย่างหนัก ไม่เคยมีวันหยุดแม้แต่ทรงพระประชวรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติกว่า 60 ปี ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก แต่จะว่าไปแล้วน้อยคนนักจะทราบว่า พระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่เกี่ยวเนื่องกับงานสถาปัตยกรรมนั้นก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ผมนับว่าเป็นคนที่โชคดีและมีบุญครับที่มีโอกาสเข้าร่วมในหลายโครงการที่มีส่วนเกี่ยวกับพระองค์ท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าไปมีส่วนร่วมในงานนิทรรศการผลงานของพระองค์ท่านในหัวข้อ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานศิลปะและการออกแบบ" ซึ่งงานนิทรรศการที่สำคัญยิ่งนี้ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาและจะมีไปจนถึงวันที่ 28 ธันวาคม ที่หอศิลป์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยในงานนิทรรศการนี้ได้รวบรวมผลงานศิลปกรรมหลากหลายรูปแบบที่พระองค์ท่านทรงมีส่วนร่วมกับบรรดาสถาปนิก วิศวกรรวมรวมถึงนักออกแบบทางศิลปกรรมแขนงต่างๆ
ครั้งแรกที่ผมได้เห็นงานศิลปกรรมเหล่านี้ สารภาพตามตรงนะครับว่าผมตื้นตันใจอย่างที่สุดรวมทั้งรู้สึกลึกๆ ในใจ ว่ามีความภาคภูมิใจเหลือเกินที่ได้เกิดเป็นคนไทยที่เปรียบเสมือนลูกของ "พ่อ" และภูมิใจยิ่งขึ้นที่มีบุญกุศลได้เกิดภายใต้รัชกาลของพระองค์
จากการที่ผมได้มีโอกาสคุยบรรดากับสถาปนิกนักออกแบบหลายท่านที่ได้มีโอกาสถวายงานแด่พระองค์ท่าน เช่น อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรมประเพณี ทำให้ผมทราบถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านถึงขนาดที่ว่า บางครั้งพระองค์ท่านทรงแก้ไขแบบโดยทรงลงลายเส้นฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เอง ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรอบรู้ในแก่นแท้ๆ ขององค์ความรู้แบบบูรณาการของพระองค์ในทางด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม และยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในด้านของสัดส่วนและความงาม
อย่างเช่น การออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมราชศรัทธา ที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย ที่พระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้เปลี่ยนรูปทรงจากเดิมที่ออกแบบเบื้องต้นเป็นปีกนก 3 ชั้นให้ตัดเหลือเพียง 2 ชั้น และทรงแก้ไขให้องค์ระฆังของเจดีย์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังเห็นได้จาก ลายเส้นฝีพระหัตถ์ที่ทรงแก้ไขสัดส่วนองค์ระฆังของพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ จากลายเส้นฝีพระหัตถ์นี้ บรรดาสถาปนิกที่ผ่านงานมาอย่างโชกโชนระดับศิลปินแห่งชาติ รู้ได้ทันทีว่า พระองค์มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่อง "อากาศกิน" ซึ่งเป็นเทคนิคในการออกแบบขั้นสูงที่สุดที่แม้แต่สถาปนิกอย่างผมถึงจะผ่านงานมากว่า 20 ปีก็ยังเข้าใจอย่างผิวเผินและต้องทำการศึกษาค้นคว้าในประเด็นเรื่อง "อากาศกิน" เพิ่มเติมอีกมาก
สำหรับความหมายของ "อากาศกินนี้" นี้ ถ้าพูดกันอย่างเข้าใจง่ายๆ คือ เมื่ออาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดสูงใหญ่ รวมไปถึงพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ได้ทำการก่อสร้าง หรือประดิษฐานสูงขึ้นไปในอากาศหรือท้องฟ้าจะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเสมือนภาพลวงตาว่าอาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือพระพักตร์ขององค์พระปฏิมานั้น มีขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง เพราะฉะนั้นครูช่างในสมัยโบราณเวลาที่จะสร้างอาคารหรือพระพุทธรูป ที่มีขนาดสูงใหญ่จะออกแบบเพิ่มขนาดในส่วนที่สูงขึ้นไปในอากาศ โดยเพิ่มขยายสัดส่วนให้มีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความสูงเพราะยิ่งสูงมากก็จะถูก "อากาศกิน" มากก็ต้องเพิ่มขยายสัดส่วนมากขึ้นไปตามลำดับ เพราะเมื่อเวลามองด้วยสายตาในมุมเงยก็จะเป็นสัดส่วนที่งดงามพอเหมาะพอดี
ขอพวกเราชาวคนรักบ้านรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวมุ่งทำความดีรู้รักษ์สามัคคีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ "พ่อ" ให้พระองค์ท่านทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นหลักชัย เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ให้พวกเราชาวคนรักบ้านตลอดไปตราบนานเท่านาน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ