10 เมษายน 2551
วัฒนธรรมท้องถิ่น ในโลกยุคข่าวสารข้อมูล
วัฒนธรรมท้องถิ่น
ในโลกยุคข่าวสารข้อมูล
(Information Technology)
สังคมโลกปัจจุบันเป็นยุคแห่งข่าวสารข้อมูล (Information Technology) โลกอินเตอร์เน็ตกำลังสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่มวลมนุษย์ชาติ ในการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล อนาคตอันใกล้จะไม่มีโทรเลข โทรสาร การแสวงหาความรู้ศาสตร์ต่างๆมากมากมาย จะไม่ปิดกั้นโอกาสแก่ผู้ใฝ่รู้อีกต่อไป ห้องสมุดมหึมาจะช่วยให้การค้นคว้าหาความรู้จะไม่เป็นสิ่งลี้ลับอีกต่อไป ไม่ว่าเป็นด้าน กีฬา บันเทิง ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ กฎหมาย วิชาการ ข้อมูลข่าวสารด้านธุรกิจ ฯลฯ
แน่นอนที่สุดโลกยุคข่าวสารข้อมูล ได้สร้างประโยชน์มากมายแก่มวลมนุษยชาติ แต่ทุกสรรพสิ่งของปรากฏการณ์ ย่อมที่จะตอบสนองต่อสรรพสิ่งเป็นสองด้านที่ตรงกันข้ามกัน เมื่อมีด้านดีย่อมมีด้านเสีย มีสร้างสรรค์ย่อมมีทำลาย เนื่องจากโลกของอินเตอร์เนต เป็นข่าวสารข้อมูลที่ไม่มีขอบเขตปริมณฑล และไม่มีใครสามารถเข้าควบคุมกำกับดูแลได้
ความหลากหลายของข้อมูลข่าวสาร กำลังจะเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อการทำลายสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่น หากไม่มีการเตรียมการที่จะป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ท่านลองจินตนาการภาพโลกอนาคตในอีก ๒๐-๕๐ ปีข้างหน้ารุ่นลูกรุ่นหลานเหลนของเรา สมมุติว่าครอบครัวหนึ่งมีสี่คน พ่อ แม่ และลูกอีก ๒ คน แต่ละคนต่างให้ความสนใจ ความรู้ที่แตกต่างกัน เช่น พ่อสนใจเรื่องการเมือง แม่สนใจเรื่องสุขภาพ ลูกคนโตสนใจในเรื่องของกีฬา ลูกคนเล็กสนใจด้านวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
โลกของอินเตอร์เนต จะสนองตอบความต้องการของพวกเขา อย่างไร้ขอบเขตจำกัด สังคมเล็กๆในครอบครัวพวกเขาจะอยู่กันอย่างไร บนโต๊ะอาหารขณะที่คุณพ่อมีข่าวเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นทางการเมืองโลก นำมาบอกเล่าในโต๊ะอาหาร ลูกคนเล็กอยากคุยเรื่องของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ถามว่าการสนทนาของพวกเขาบนโต๊ะอาหารจะเป็นอย่างไร ในเมื่อสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนต่างอัดแน่นไปด้วยความรู้ ความสนใจ ออกไปคนละด้านคนละแนว วงสนทนาคงจะออกมาในรูปของการเป่าปี่ให้ควายฟัง มากกว่าการสนทนาอย่างมีความสุขแบบครอบครัว
หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างเข้าไป หาเพื่อนคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันในโลกของอินเตอร์เนต ที่มีแต่เพื่อนที่รู้ใจซึ่งมีอยู่มากมายจากทั่วทุกมุมของโลก ได้ทั้งความรู้ ความสุขมากกว่าการสนทนาแลกเปลี่ยนในครอบครัว ที่ต่างคนต่างมีความรู้ ความเข้าใจ ของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ในที่สุดโลกของอินเตอร์เนตก็จะค่อยๆดึงพวกเขา แยกห่างออกจากกัน ความเคารพรัก ความสัมพันธ์ลักษณะเครือญาติ พี่น้อง แบบสังคมวัฒนธรรมในอดีตจะค่อยๆหายไป
เมื่อความรักความสัมพันธ์ในลักษณะครอบครัว เครือญาติ ซึ่งเป็นความสามัคคีหน่วยย่อยที่สุดของสังคมค่อยๆหายไป ความแตกแยกทางความคิดที่เกิดขึ้นในครอบครัว แม้จะไม่ใช่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ แต่กลับเป็นการก่อกำเนิดรากเหง้าที่แตกแยกความสามัคคีในสังคมระดับท้องถิ่น กิจกรรมวิถีการดำเนินชีวิตที่ท่องไปในโลกของอินเตอร์เนต นับวันก็ยิ่งห่างไกลออกไปจากสังคมในท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ สังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบดั้งเดิม จะถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นสิ่งที่หล้าสมัยไร้คุณค่า
การให้ความเคารพต่อผู้เฒ่าผู้แก่ที่ฝังรากลึกในสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่น เด็กจะต้องให้ความเคารพนับถือผู้ใหญ่ ดังปรัชญาเอเชียที่ยึดถือกันมานาน สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง สัจจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ พ่อแม่เลี้ยงอบรมดูแลลูก เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชราภาพ ลูกๆก็จะดูแลพ่อแม่ เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอด จากการสรุปบทเรียนผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากอารยธรรมตะวันออก จะค่อยๆคลายความศักดิ์สิทธิไป การดูแลให้ความเคารพรักผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ แบบวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม จะถูกลืมเลือนไปจากมโนภาพของอนุชนรุ่นใหม่
ในโลกสังคมยุคข่าวสารข้อมูล (Information Technology) พวกเขากำลังถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ มนุษย์ที่ขาดรากเหง้า ไม่มีชาติกำเนิด ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง และไม่เชื่อมั่นต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ ดังเช่นคำโบราณที่กล่าวเปรียบเปรยไว้ว่า คนที่ขาดจริยธรรม และวัฒนธรรมเป็นคนที่ เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่
.
อนาคตพวกเขาจะรับเอาศาสตร์ต่างๆ วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลายในโลกของอินเตอร์เน็ต หากไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่รู้จักแยกแยะ ถูกผิด ดี ชั่ว เพราะจะถูกดูดกลืนจากสิ่งที่เรียกว่า ทันสมัย สมัยใหม่ ที่หลั่งไหลเข้ามากับโลกของอินเตอร์เน็ต ความคิดที่จะศึกษาศาสตร์ใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆ จะมีอิทธิพลเหนือกว่าความคิดในการที่จะศึกษา วิถีการดำเนินชีวิตรูปแบบภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอารยธรรม ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ใช่ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินจริง แต่หวังให้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝากไว้เป็นแง่คิดสำหรับพวกเราในยุคปัจจุบัน ซึ่งยืนอยู่ในท่ามกลางการเปลี่ยนของยุคสมัย อย่างน้อยก็เพื่อที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์อนาคต
.
เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกัน ไม่ให้อนุชนรุ่นหลังของเราต้องกลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่ไร้รากเหง้าแห่งอารยธรรม ลองพิจารณาว่า หากสังคมในครอบครัวขาดสิ่งยึดเหนี่ยวที่ยืนอยู่บนรากฐานเดียวกัน แต่กลับมีความหลากหลายในวิธีคิดวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.
ความสามัคคีถนอมรักในสถาบันครอบครัวย่อมขาดพลัง และส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณความรักในบรรพบุรุษ ท้องถิ่น และประเทศชาติ การปูพื้นฐานปลูกฝังรากฐานทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตแห่งอารยธรรมท้องถิ่น จะเป็นการเชื่อมโยงอนุชนรุ่นหลังให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ว่าพวกเขากำเนิดมาในสังคมที่มีประวัติศาสตร์ สืบทอดทางอารยะธรรมมายาวนาน มีเกียรติ ศักดิ์ศรี มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ปลูกสร้างถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ
.
และรอการสืบสานอารยธรรมอย่างสร้างสรรค์จากพวกเขา ที่จะต้องแบกรับภารกิจอันศักดิ์สิทธิทางประวัติศาสตร์นี้ ก็จะทำให้สังคมของเรา อนุชนของเราสามารถยืนอยู่ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก ยุคแห่งข่าวสารข้อมูล (Information Technology) ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย
Posted by : tanoy
เวลา : 10:13
จำนวนผู้อ่าน : 4965 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://learning.eduzones.com/offy/5215
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น