เพราะมิฉะนั้นจะแปลว่าพุทธศาสนานั้น ใครก็คิดขึ้นได้
แต่ที่เรามีพุทธศาสนาพอเป็นร่มเงาให้เชื่อได้ เย็นใจได้
ก็เพราะยอมรับตรงกันว่าประมุขของศาสนามีองค์เดียว
คือพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ธรรม เห็นแจ้งความจริง หมดกิเลสแน่แท้แล้ว
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสถึงแก่น หรืออาจตีความว่าเป็นหัวใจของศาสนาพุทธ
ท่านตรัสไว้ในจูฬสาโรปมสูตร พระสุตตันตปิฎกเล่ม ๔ ใจความสำคัญว่า...
การประพฤติพรหมจรรย์ในพุทธศาสนามิใช่มีลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งศีลเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมสมาธิเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ พรหมจรรย์นี้มี ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ เป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด
นำมาจาก http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008044.htm