ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

Hello My Blog

Hello World!!!

respond07 เมษายน 2551

ประเภทของนาฏศิลป์ไทย

ประเภทของนาฏศิลป์ไทย


    นาฎศิลป์ มีความหมายถึง การร้องรำทำเพลง และการให้ความบันเทิง โดยการโน้มน้าวอารมณ์ ความรู้สึก มุ่งเน้นศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบดนตรีและการขับร้องเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดคุณค่าทางศิลปะมากขึ้น

นาฏศิลป์ไทยยังแบ่งออกได้หลายประเภท ดังนี้

1. ระบำ หมายถึง ศิลปะการรำที่มีผู้แสดงพร้อมกันหลายคน (รำพร้อมกันเป็นหมู่) ไม่มีการดำเนินเรื่องราว เพลงที่ใช้บรรเลงมีทั้งเนื้อร้องและไม่มีเนื้อร้อง(มีแต่ดนตรี) การแสดงยึดความพร้อมเพรียงเป็นสำคัญ เน้นความเป็นระเบียบ มีการแปรแถวเป็รรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบำโบราณคดี (ทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย เชียงแสน ลพบุรี ) ระบำศรีชัยสิงห์ ระบำชุมนุมเผ่าไทย เป็นต้น

2. รำ หมายถึง ศิลปะการแสดงประเภทการรำที่เคลื่อนไหวร่างกาย ประกอบเพลงที่ใช้บรรเลงทั้งมีเนื้อร้องและไม่มีเนื้อร้อง การแสดงมีทั้งรำเดี่ยว รำคู่ รำประกอบเพลง รำอาวูธ รำทำบทหรือรำใช้บท โดยยึดท่วงท่าอันงดงามของการร่ายรำ เป็นสำคัญ ได้เแก่ รำฉุยฉาย


(อ้างอิงรูปภาพจาก www.thaidances.com)


ดนตรี - นาฏศิลป์กับมนุษย์ / ศิลปะกับดนตรี - นาฏศิลป์ / ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับมนุษย์
ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะ - ดนตรี นาฏศิลป์ / คุณค่าของดนตรี - นาฏศิลป์ / ประเภทของดนตรีไทย

ประเภทของนาฏศิลป์ / สุนทรียภาพทางดนตรี - นาฏศิลป์ / วัตถุประสงค์ในการเรียนดนตรี - นาฏศิลป์
แนวทางการประยุกต์ใช้ความรู้ทางดนตรี - นาฏศิลป์ / ดนตรี - นาฏศิลป์ กับการบูรณาการ (กับวิชาอื่น ๆ) / สรุป

 

นำมาจาก http://teacher.stjohn.ac.th/gstip/01_thaidance/01_7.htm

Posted by : tanoy
เวลา : 10:19
จำนวนผู้อ่าน : 10889 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://learning.eduzones.com/offy/5063
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (11)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 11

วันที่ 28 มิถุนายน 2551 เวลา 19:13
โดย : Mcr † เอ็น
อีเมล์ : killkill_@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 125.24.185.xxx

ไม่รู้ ว่า ถูกใจ ป่าว แต่ เอา มาให้

 

ประวัติความนาฏศิลป์ไทย นาฎศิลป์เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างการฟ้อนรำ การดนตรี  และการขับร้อง ซึ่งกิจกรรมทั้ง3ลักษณะนี้มีมารั้งแต่ดึกดำบรรพ์  และนาฎศิลป์ไทยก็เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น เกิดจากความรู้สึกกระทบกระเทือนทางอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แห่งความสุข หรือความทุกข์ แล้วสะท้อนออกมาเป็นท่าทางแบบธรรมชาติและประดิษฐ์ขึ้นเป็นท่าทางลีลาการฟ้อนรำ อีกทั้งนาฎศิลป์ก็เกิดขึ้นจากการแสดงความเคารพบูชาเทพเจ้า ด้วยการเต้นรำ ขับร้อง ฟ้อนรำ ตามลัทธิความเชื่อใสการานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
           นอกจากนี้นาฏศิลป์ไทยยังได้รับอิทธิพลแนวคิดจากต่างชาติเข้ามาผสมผสานด้วย เช่น วัฒนธรรมอินเดียเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เป็นเรื่องราวของเทพเจ้าและตำนานการฟ้อนรำโดยผ่านเข้าสู่ประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมคือผ่านชนชาติชวาและเขมร ก่อนที่จะนำมาปรับปรุงให้เป็นรูปแบบเอกลักษณ์ของไทย เช่น ตัวอย่างของเทวรูปศิวะปางนาฏราชซึ่งเป็นท่าการร่ายรำของพระอิศวร ซึ่งมีทั้งหมด 108 ท่า หรือ 108 กรณะโดยทรงฟ้อนรำครั้งแรกในโลก    ตำบลขิทรัมพรัมเมืองมัทราส อินเดียใต้  ปัจจุบันอยู่ในรัฐทมิฬนาดู  นับเป็นคัมภีร์สำหรับการฟ้อนรำ แต่งโดยพระภรตมุนี  เรียกว่าคัมภีร์ภรตนาฏยศาสตร์  ถือเป็นอิทธิพลสำคัญต่อแบบแผน การสืบสานและถ่ายทอดนาฏศิลป์ของไทย จนเกิดขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่มีรูปแบบ แบบแผนการเรียน การฝึกหัด จารีต ขนบธรรมเนียบ มาจนถึงปัจจุบัน
         นาฏศิลป์ของไทย แบ่งออกตามลักษณะของรูปแบบการแสดง เป็นประเภทใหญ่ๆได้ 4 ประเภท คือ
        1.  โขน  เป็นการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่มีเอกลักษณ์   คือ  ผู้แสดงจะต้องสวมหัวที่เรียกว่า   หัวโขน  และใช้ลีลาท่าทางการแสดงด้วยการเต้นไปตามบทพากย์   การเจรจาของผู้พากย์และทำนองเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์  เรื่องที่นิยมนำมาแสดง  คือ  พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์  แต่งการเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ที่เป็นเครื่องต้นเรียกว่าการแต่งกายแบบ  ยืนเครื่อง  มีจารีตการแสดงที่เป็นแบบแผน   นิยมจัดแสดง
เฉพาะงานพิธีสำคัญ  ได้แก่  งานพระราชพิธีต่างๆ        2 . ละคร  เป็นศิลปะการร่ายรำที่เล่นเป็รเรื่องราว   มีพัฒนาการมาจากการเล่านิทานละครมีเอกลักษ์ในการแสดงและการดำเนินเรื่องด้วยกระบวนลีลาท่ารำ  เพลงและเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยปี่พาทย์   มีแบบแผนการเล่นที่เป็นทั้งของชาวบ้านและของหลวง  ที่เรียกว่า  ละครโนราชาตรี  ละครนอกและละครใน  เรื่องที่นิยมนำมาแสดงคือ  พระสุธน  สังข์ทอง   คาวี  อิเหนา  อุณรุท   นอกจากนี้ยังมีละครที่ปรับปรุงให่มอีกหลายชนิด   การแต่งกายของละครจะเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์  เรียกว่า  การแต่งกายแบบยืนเครื่อง  นิอยมเล่นในพิธีการสำคัญและงานพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์        3  .  รำ  และระบำ   เป็นศิลปะการร่ายรำประกอบเพลงดนตรีและบทขับร้อง    โดยไม่เล่นเป็นเรื่องราว  ในที่นี้หมาถึงรำและระบำที่มีการแสดงเป็นแบบมาตรฐาน  ซึ่งมีความหมายที่จะอธิบายได้พอสังเขป  ดังนี้             3.1   รำ  หมายถึง  ศิลปะที่มีการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 1 -  2  คน  เช่น  การรำ เดี่ยว  การรำคู่  กการรำอาวุธ  เป็นต้น   มีลักษณะการแต่งการตามรูปแบบของการแสดง  ไม่เล่นเป็นเรื่องราวอาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้ากับทำนองดนตรี  มีกระบวนท่ารำ โดยเฉพาะการรำคู่จะต่างกับระบำ  เนื่องจากท่ารำจะมีความเชื่องโยงสอดคล้องต่อเนื่องกัน   และเป็นบทเฉพาะสำรับผู้แสดงนั้นๆ  เช่น  รำเพลงช้า -  เพลงเร็ว  รำแม่บท  รำเมขลา -  รามสูร  เป็นต้น           3.2   ระบำ   หมายถึง  ศิลปะที่มีการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปด้วยความพร้องเพรียง  มีลักษณะการแต่งกายคล้ายคลึงกัน  กระบวนท่ารำคล้ายคลึงกัน   ไม่เล่นเป็นเรื่องราว  อาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้าทำนองของเพลงดนตรี  ซึ่งระบำแบบมาตรฐานมักบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์  การแต่งกายนิยมแต่งกายยืนเครื่องพระ -  นาง  หรือแต่งแบบนางในราชสำนัก  เช่น  ระบำสี่บท  ระบำกฤดาภินิหาร  ระบำฉิ่ง  เป็นต้น
          4. การแสดงพื้นเมือง   เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีทั้งรำ   ระบำ   หรือการละเล่นที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มชนตามวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค  ซึ่งสามารถแบ่งออกได้  4  ภูมิภาคดังนี้
4.1   การแสดงพื้นเมืองภาคเหนือ    เป็นศิลปะการรำ  และการเล่น  หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า  ฟ้อน  การฟ้อนเป็นวัฒนธรรมของชาวล้านนา   และกลุ่มชนเผ่าต่างๆ  เช่นชาวไต  ชาวลื้อ  ชาวยอง  ชาวเขิน  เป็นต้น  ลักษณะของกายฟ้อน  แบ่งเป็น 2แบบ  คือแบบดั้งเดิม  แบบที่ปรับปรุงขึ้นใหม่แต่ยังมีการรักษาเอกลักษณ์ทางการแสดงไว้คือ  มีลีลาท่ารำที่แช่มช้า    อ่อนช้อย  มีการแต่งกายตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สวยงาม   ประกอบกับการบรรเลงและขับร้องด้วยวงดนตรีพื้นบ้านเช่น   วงสะล้อ  ซอ  ซึง  วงปูเจ่    วงกลอง เอว  เป็นต้น   โอกาสที่แสดงมักเล่นในงานประเพณี  หรือต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง  ได้แก่  ฟ้อนเล็บ  ฟ้อนเทียน  ฟ้อนครัวทาน  ฟ้อนสาวไหม  และฟ้อนเจิง
      4.2  การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง   เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชนชาวพื้นเมืองภาคกลาง  ซึ่งส่วยใหญ่มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม  ศิลปะการแสดงถึงมีความสอดคล้องกับวิธีชีวิตและเพื่อความบันเทิงสนุกสนานเป็นการพักผ่อยหย่อนใจจากการทำงาน หรือเมื่อเสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยว  เช่น  การเล่นเพลงเกี่ยวข้าว  เต้นรำกำเคียว  รำโทนหรือรำวง  รำเถิดเทิง  หรือรำกลองยาวเป็นต้น  มีการแต่งกายตามวัฒนธรรมท้องถิ่น และใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน  เช่น  กลองยาว  ฉิ่ง  ฉับ  กรับ  และโหม่ง


    4.3  การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน   เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคอีสาน  หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย  แบ่งได้  2  กลุ่มวัฒนธรรมใหญ่ๆ  คือ  กลุ่มอีสาน -  เหนือ  มีวัฒนะรรมไทยลาวที่มักเรียกการละเล่นว่า  เซิ้ง  ฟ้อน  และหมอลำ   เช่นเซิ้งบั้งไฟ  เซิ้งสวิง  ฟ้อนภูไท  ลำกลองเกี้ยว ลำเต้ย  ซึ้งให้เครื่องดนตรีพื้นบ้านประกอบ  ได้แก่แคน  พิณ  ซอ  กลองยาวอีสาน  ฉิ่ง  ฉาบ  ฆ้องและกรับ  ภายหลังเพิ่มโปงลางและโหวดเข้ามาด้วย  ส่วนกลุ่มอีสานใต้ได้รับอิธิพลไทยเขมร  มีการละเล่นที่เรียกว่า  เรือม  หรือ  เร็อม  เช่น  เรือมลูดอันเรหรือรำกระทบสาก  รำกระน็บติงต็อง  หรือระบำตั๊กแตนตำข้าว  รำอาโย  หรือรำตัด  หรือเพลงอีแซว  แบบภาคกลาง  วงดนตรีที่ใช้บรรเลงคือ  ซอด้วง  ซอตรัวเอก  กลองกันตรึม  พิณ    ระนาดเอก  ปี่สไล  กลองรำมะนาและเครื่องประกอบจังหวะ  การแต่งกายประกอบการแสดงเป็นไปตามวัฒนธรรมพื้นบ้าน   ลักษณะท่ารำและท่วงทำนองดนตรีในการแสดงค่อนข้างกระชับรวดเร็ว  และสนุกสนาน4.4    การแสดงพื้นเมืองภาคใต้     เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชาวพื้นเมืองภาคใต้  อาจแบ่งตามกลุ่วัฒนธรรมได้  2  กลุ่ม  วัฒนธรรมไทยพุทธ  และ  การแสดงโนรา  หนังตะลุง  เพลงบอก  เพลงนา  และวัฒนธรรมไทยมุสลิม  ได้แก่  รองเง็ง  ซำเปง   มโย่ง  (  การสะแดงละคร  )  ลิเกฮูลู  (  คล้ายลิเกภาคกลาง  )  และซิละ  มีเครื่องคนดรีประกอบที่สำคัญ  เช่น  กลอง  โนรา  กลองโพน  กลองปืด   กลองโทน  ทับ  กรับพวงโหม่ง  ปี่  กาหลอ  ปี่ไหน  รำมะนา  ไวโอลลิน  คันคอร์เดียน  ภายหลังได้มีการปรับปรุงจากวิถีชีวิตศิลปาชีพต่างๆ  เช่น  ระบำร่อนแร่  กรีดยาง  ปาเต๊ะ  เป็นต้น          

 

รำและระบำ

         เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบเพลงดนตรีและบทขับร้อง โดยไม่เล่นเป็นเรื่องราว ในที่นี้หมายถึงรำและระบำที่มีลักษณะเป็นการแสดงแบบมาตรฐาน ซึ่งมีความหมายที่จะอธิบายได้พอสังเขป ดังนี้รำ หมายถึง ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คน เช่น การรำเดี่ยว การรำคู่ การรำอาวุธ เป็นต้น มีลักษณะการแต่งกายตามรูปแบบของการแสดง ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้ากับทำนองเพลงดนตรี มีกระบวนท่ารำ โดยเฉพาะการรำคู่จะต่างกับระบำ เนื่องจากท่ารำจะมีความเชื่อมโยงสอดคล้องต่อเนื่องกัน และเป็นบทเฉพาะสำหรับผู้แสดงนั้นๆ เช่น รำเพลงช้า-เพลงเร็ว รำแม่บท รำเมขลา-รามสูร เป็นต้นระบำ หมายถึง ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปด้วยความพร้อมเพรียง มีลักษณะการแต่งกายคล้ายคลึงกัน กระบวนท่าร่ายรำคล้ายคลึงกัน ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้าทำนองเพลงดนตรี ซึ่งระบำแบบมาตรฐานมักบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ การแต่งกายนิยมแต่งกายยืนเครื่องพระ-นาง หรือแต่งแบบนางในราชสำนัก เช่น ระบำสี่บท ระบำกฤดาภินิหาร ระบำฉิ่ง เป็นต้นการแสดงพื้นเมืองเป็นศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีทั้งรำ ระบำ หรือการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนตามวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นภูมิภาคได้ 4 ภูมิภาค ดังนี้ี้

ภาคเหนือ     เป็นศิลปะการรำ และการละเล่น หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า ฟ้อนการฟ้อนเป็นวัฒนธรรมของชาวล้านนา และกลุ่มชนเผ่าต่างๆ เช่น ชาวไต ชาวลื้อ ชาวยอง ชาวเขิน เป็นต้น ลักษณะของการฟ้อน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบดั้งเดิม และแบบที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ แต่ยังยงมีการรักษาเอกลักษณ์ทางการแสดงไว้คือ มีลีลาท่ารำที่แช่มช้า อ่อนช้อย มีการแต่งกายตามวัฒนธรรท้องถิ่นที่สวยงามประกอบกับการบรรเลงและขับร้องด้วยวงดนตรีพื้นบ้าน เช่น วงสะล้อ ซอ ซึง วงปูเจ่ วงกลองแอว เป็นต้น โอกาสที่แสดงมักเล่นกันในงานประเพณี หรือต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนครัวทาน ฟ้อนสาวไหม และฟ้อนเจิง

ภาคกลาง         เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชนชาวพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม ศิปะการแสดงจึงมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและเพื่อความบันเทิงสนุกสนาน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจจากการทำงาน หรือเมื่อเสร็จจากเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยว เช่น การเล่นเพลงเกี่ยวข้าว เต้นกำรำเคียว รำโทนหรือรำวง รำเถิดเทิง หรือรำกลองยาว เป็นต้น มีการแต่งกาย ตามวัฒนธรรมของท้องถิ่น และใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง

ภาคอีสาน         เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มวัฒนธรรมใหญ่ๆ คือ กลุ่มอีกสาน-เหนือ มีวัฒนธรรมไทยลาวซึ่งมักเรียกการละเล่นว่า เซิ้ง ฟ้อน และหมอลำเช่น เซิ้งบั้งไฟ เซิ้งสวิง ฟ้อนภูไท ลำกลอน เกี้ยว ลำเต้ย ซึ่งใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านประกอบ ได้แก่ แคน พิณ ซอ กลองยาว อีสาน ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง และกรับ ภายหลังเพิ่มเติมโปงลางและโหวดเข้ามาด้วย ส่วนกลุ่มอีสานใต้ได้รับอิทธิพลไทยเขมร มีการละเล่นที่เรียกว่าเรือม หรือ เร็อม เช่น เรือมลูกอัดเรหรือรำกระทบสาก รำกระโน็บติงต็องหรือระบำตั๊กแตนตำข้าว รำอาไย หรือรำตัด หรือเพลงอีแซวแบบภาคกลาง วงดนตรีที่ใช้บรรเลงคือ วงมโหรีอีสานใต้ มีเครื่องดนตรีคือ ซอด้วง ซอตรัวเอก กลองกันตรึม พิณ ระนาดเอกไม้ ปี่สไล กลองรำมะนาและเครื่องประกอบจังหวะ การแต่งกายประกอบการแสดงเป็นไปตามวัฒนธรรมของพื้นบ้าน ลักษณะท่ารำและท่วงทำนองดนตรีในการแสดงค่อนข้างกระชับ รวดเร็ว และสนุกสนาน  

ภาคใต้ เป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคใต้ อาจแบ่งตามกลุ่มวัฒนธรรมได้ 2 กลุ่มคือ วัฒนธรรมไทยพุทธ ได้แก่ การแสดงโนรา หนังตะลุง เพลงบอก เพลงนา และวัฒนธรรมไทยมุสลิม ได้แก่ รองเง็ง ซำเปง มะโย่ง (การแสดงละคร) ลิเกฮูลู (คล้ายลิเกภาคกลาง) และซิละ มีเครื่องดนตรีประกอบที่สำคัญ เช่น กลองโนรา กลองโพน กลองปิด กลองโทน ทับ กรับ พวง โหม่ง ปี่กาหลอ ปี่ไหน รำมะนา ไวโอลิน อัคคอร์เดียน ภายหลังได้มีระบำที่ปรับปรุงจากกิจรรมในวิถีชีวิต ศิลปาชีพต่างๆ เช่น รำบำร่อนแร่ กรีดยาง ปาเต๊ะ เป็นต้น

  

น่า ใจได นะ   killkil_@hotmail.com



 

ความคิดเห็นที่ 10

วันที่ 07 มิถุนายน 2551 เวลา 10:59
โดย : รวิสุทธิ์
อีเมล์ : por.kate@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 118.172.66.xxx
ผมว่ามันเกี่ยวกับประเภทของนาฏศิลป์ตรงไหนไม่ทราบ

 

ความคิดเห็นที่ 9

วันที่ 01 มิถุนายน 2551 เวลา 17:42
โดย : mild
อีเมล์ : mild_604_DA2@hotmail.com
เว็บไซต์ : IP 177.39.xxx
IP 222.123.214.xxx

คิดดีนะ



 

ความคิดเห็นที่ 8

วันที่ 01 มิถุนายน 2551 เวลา 17:32
โดย : pup
อีเมล์ : 22946@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 124.120.142.xxx

เวรกรรมพู้อ่าน



 

ความคิดเห็นที่ 7

วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 เวลา 17:08
โดย : คนเมืองพัทลุง
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 118.174.144.xxx
ใครเป็นคนทำ  แหวะ  เซ็งชะมัด

 

ความคิดเห็นที่ 6

วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 เวลา 17:05
โดย : คนเมืองพัทลุง
อีเมล์ : ariel_fon@hotmail.com
เว็บไซต์ : -
IP 118.174.144.xxx

ทำไมมีนิดเดียวเอง น่าจะมีเนื้อหาอีก

                    เดี๊ยนไม่ปลิ้ม จบ!



 

ความคิดเห็นที่ 5

วันที่ 24 พฤษภาคม 2551 เวลา 14:44
โดย : เซ็ง
อีเมล์ : PS_ply@hotmail.com
เว็บไซต์ : hotmail
IP 125.27.89.xxx
ทำมัยมั่ยแยกว่ามีการรำ  ระบำ  ฟ้อน  อุตส่าห์มาหาข้อมูล  สามวันแล้วยังมั่ยได้เยย  เซ็งฟะ

 

ความคิดเห็นที่ 4

วันที่ 19 พฤษภาคม 2551 เวลา 13:55
โดย : เด็กรำ
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.26.127.xxx

การรำเป็นสิ่งที่ดีมาก ชอบมากค่ะเพราะว่าทำให้มีสมาธิมากขึ้นในการเรียนและในชีวิตประจำวัน



 

ความคิดเห็นที่ 3

วันที่ 17 พฤษภาคม 2551 เวลา 09:54
โดย : แวว
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 118.172.117.xxx

ไม่ชอบ

 



 

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่ 17 เมษายน 2551 เวลา 14:03
โดย : ยาย
อีเมล์ : yay-ta@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 118.172.157.xxx

การร่ายรำมีความอ่อนช้อย งดงาม  รัก ชื่นชม นาฏศิลป์ไทยม๊ากมาก 



 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 10 เมษายน 2551 เวลา 16:39
โดย : หม่อง
อีเมล์ : sumon_bunpayung@yahoo.co.th
เว็บไซต์ :
IP 58.9.86.xxx

ไม่ชอบรำแต่ชอบการรำเพราะมันสวยดี



 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image เรียกรหัสยืนยันใหม่
My Story
+ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ เบนซ์ - พรชิตา ณ สงขลา นักแสดงชื่อดัง
+ ร่วมงานเปิดตัวบัตร Platinum GREEN BUS Smart Purse
+ ผ่านการคัดเลือก 1 ใน 8 ทีม จากทั่วประเทศ เนคเทค ค้นหาเด็กไทย ไฮ-เทคโนโลยี
+ ม.รังสิต เปิดรับ นศ.ทุนความสามารถพิเศษ (ด้านการแสดง)
+ คอนเสิร์ตแจ๊ส DENNY & FRIENDS ครั้งที่ 5 “next GENeration”
+ นิเทศฯ จัดสัมมนาเชิงวิชาการ “Mainstreaming Millennium Development Goals in the Asian Media”
+ EAU เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
+ วลัยลักษ์เกมส์ ปิดฉาก ม.สยาม อันดับ 9 มี 9 เหรียญทอง
+ โครงการแข่งขันขายสินค้าออนไลน์ชิงเงินรางวัลกว่า 7 แสนบาท
+ การประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ ครั้งที่ 5
+ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ตั้งแต่ วันนี้ ถึง 9 พฤษภาคม 2551
+ ม.หอการค้าไทยประกาศวิสัยทัศน์
+ สัมมนาวิชาการ การบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ภาคการผลิตไทย
+ มหาวิทยาลัยศรีปทุมเสริมศักยภาพด้านไอทีให้นักศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Thin Clients ของ HP
+ อีเบย์ จัด โครงการ University selling contest 2008
+ ร่วมฟังการสัมมนา เรื่องทักษะภาวะผู้นำยุคใหม่
+ อบรม นักธุรกิจรุ่นเยาว์ และ Critical Thinking Skills
+ โครงการร่วมใจรักษ์ พิทักษ์สิงแววล้อม
+ BU Entertainment Management เปิดรุ่นที่ 2
+ ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ เชิญร่วมงาน Retail Fair 2008
+ มจพ.รับป.ตรีโครงการสมทบพิเศษหลายสาขา
+ รัฐบาลรัสเซียมอบทุนให้นักศึกษาไทยเพื่อศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และ เอก
+ คณะวิทยาศาสตร์ม.พายัพให้ทุนป.ตรีหมดเขต30เมย.
+ กรมการศึกษามณฑลยูนนานให้ทุนป.ตรี/โท/เอก/อบรมประจำปี2551-2552
+ มหิดล จัดบรรยายดนตรีกับการพัฒนาสมอง
+ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์
+ โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
+ ประมวลภาพสัมมนาทางวิชาการและเผยแพร่งานวิจัยสู่ชุมชน 3/51
+ ราชภัฏโคราชร่วมกับสมาคมนักประชาสัมพันธ์ฯ จัดอบรม
+ หลักสูตรการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 24 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
Bloger Profile
photo tanoy
tanoy
อีเมล์ : sitthi_toy@hotmail.com
วันที่สร้าง : 10/11/2550
จำนวนเรื่อง : 725
จำนวนผู้ชม : 760967
จำนวนผู้โหวต : 94
คะแนนแฟนพันธ์แท้ : 12027
แฟนพันธ์แท้ eduzones อันดับ 2
Calendar
<<  กรกฎาคม 2008  >>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Factory , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005