Hello My BlogHello World!!! |
|
URL Blog : http://learning.eduzones.com/offy
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
กลยุทธ์การจัดการ |
กลยุทธ์การจัดการ โดย ดร.อมร ถุงสุวรรณ ผอ. หลักสูตร Master of Management และ อาจารย์ผู้สอนปริญญาโท หลักสูตร HRM ม.ศรีปทุม กรณีศึกษา พรเทพนั่งอยู่ที่ห้องทำงาน กำลังคิดถึงอนาคตของบริษัท พรเทพทำงานกับบริษัทผลิตน้ำผลไม้จุ๊ยซี่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งเป็นเวลามากกว่า 15ปี จนได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเป็น CEO บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทผลิตน้ำผลไม้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากว่า 2ทศวรรษ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทส่งออกขายในต่างประเทศ หลายๆประเทศ อย่างไรก็ตามในระยะ 4ปีที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากเริ่มมีคู่แข่งขันหลายรายเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ผู้ก่อตั้งของบริษัทคู่แข่งขันรายใหม่รายหนึ่งที่เป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัวนั้นเคยเป็นบุคลากรของบริษัทจุ๊ยซี่มาก่อน แต่ลาออกจากจุ๊ยซี่เพราะผู้บริหารระดับสูงของจุ๊ยซี่ปฏิเสธแนวความคิดที่เสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แหวกแนวและแตกต่างไปจากเดิมมาก รวมถึงแนวทางการทำการตลาดแนวทางใหม่ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ทำให้พรเทพรู้สึกว่าเครื่องดื่มน้ำผลไม้ของบริษัทคู่แข่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในขณะนี้นั้นได้มีการประดิษฐ์คิดค้นในห้องแลปของบริษัทจุ๊ยซี่ บริษัทคู่แข่งขันรายใหม่หลายรายกำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น แม้แต่ลูกชายของพรเทพเองกลับไปซื้อของบริษัทคู่แข่ง และพูดว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจุ๊ยซี่สำหรับเด็กเท่านั้น ผู้บริหารของบริษัทจุ๊ยซี่ภูมิใจกับระบบการบริษัทจัดการของบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงมากทั้งระบบการจัดการในโรงงานและในสำนักงาน ผู้บริหารทั้งหลายจะเอาใจใส่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์สูงสุดแต่ราคาไม่แพง พนักงานของบริษัทจำนวนกว่า200 คนมาทำงานตรงเวลาและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ กฎ ระเบียบและวิธีปฏิบัติงานได้ถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน และกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของบริษัทที่เน้นระบบการจัดการแบบดั้งเดิม เป็นระบบครอบครัว ให้ความสำคัญกับความสุภาพอ่อนน้อมในการปฏิบัติต่อกัน พรเทพจึงกล่าวออกมาอย่างรู้สึกพอใจว่า บริษัทจุ๊ยซี่เป็นสถานที่ทำงานที่มีความสงบสบายที่อยู่ท่ามกลางโลกแห่งความสับสนอลหม่านและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ความสุขสบายใจของพรเทพต้องสลายไปเมื่อเขาเริ่มตระหนักว่าบริษัทอาจจะต้องล่มสลายไปถ้าไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม พรเทพจำได้ดีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมาแล้วในบริษัทที่มีพนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่ 2คน ที่ละเมิดกฎ ระเบียบของบริษัทและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริษัท กล่าวคือพนักงาน 2คนดังกล่าวเริ่มปรับเปลี่ยนผังหรือการจัดสำนักงานและห้องทำงานใหม่ มีการติดรูปภาพที่มีสีสันฉูดฉาดแปลกตาจำนวนมากในสำนักงาน มีการเปิดเพลงร็อค และบ่อยครั้งในเวลาทำงานก็เขียนติดไว้หน้าห้องว่า ออกไปดูหนังเพื่อจะได้แนวคิดใหม่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ แม้ว่าบุคลากรทั้ง 2 คนจะมีผลการทำงานที่ดีเยี่ยม แต่ผู้บริหารระดับสูงแสดงความพยายามดึงบุคลากรทั้ง 2 คนมาอยู่ในแนวทางบริษัท ทั้งนี้เพราะผู้บริหารกังวลว่าเจตคติและพฤติกรรมในการทำงานในแบบบุคลากรทั้ง 2 คนจะส่งผลกระทบในทางไม่ดีต่อผลการปฏิบัติงานของบุคลากรคนอื่นๆซึ่งคุ้นเคยกับการทำงานวันละ 8 ชั่วโมงและเข้า-ออกตรงเวลา CEOคนก่อนหน้าที่พรเทพมารับตำแหน่งโกรธมากเมื่อบุคลากร 2 คนดังกล่าวนำเสนอเครื่องดื่ม 4 ชนิดที่เขาทั้ง 2 คนแอบคิดค้นขึ้นมาใหม่ CEOคนเก่าโกรธเพราะบุคลากรทั้ง 2 คนแอบไปใช้ห้องแลปโดยไม่ได้รับอนุญาต CEO คนเก่าเทเครื่องดื่มสูตรใหม่ทิ้งทันที และตะคอกใส่ว่า คุณทั้ง 2 คนไม่มีสิทธิจะทำอะไรเองในบริษัทนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำก่อน ตั้งแต่นั้นมาบริษัทจุ๊ยซี่ก็ต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความมุ่งมั่น และมีความสามารถสูงเพราะไม่สามารถทนทำงานอยู่ในบริษัทที่มีระบบการควบคุมที่เข้มงวด(Tight management control) ได้ พรเทพรู้ดีว่าตนได้รับการส่งเสริมให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเพราะเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ แต่เขาก็เริ่มตระหนักว่าการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบอาจนำพาบริษัทไปสู่ความล้มละลายได้ เขารู้ว่าบริษัทจุ๊ยซี่มีกำเนิดอย่างแข็งแกร่ง และมีศักยภาพมากอันเนื่องมาจากมีบุคลากรที่มีความรับผิดชอบและมีความจงรักภักดี(loyal, committed workforce)ต่อบริษัทเป็นอย่างสูง บทวิเคราะห์ โลกธุรกิจในยุคแห่งความสับสนอลหม่านนั้น ท้าทายความสำเร็จหรือความล้มเหลวของผู้บริหารในทุกๆองค์กร ผู้บริหารในยุคนี้ต้องเผชิญสภาพการณ์ที่สุดโต่ง 2ขั้ว กล่าวคือต้องบริหารการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ หรือความประหยัดสูงสุด และกำไรสูงสุด ขณะเดียวกันก็ต้องกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมอยู่เสมอ บริษัทจุ๊ยซี่ก็เฉกเช่นเดียวกับบริษัททั้งหลายที่ต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พรเทพมีความจำเป็นต้องนำรูปแบบการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับลักษณะและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แนวทางการบริหารจัดการดังกล่าวอาจใช้ การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Approach) ที่เน้นให้อำนาจกับพนักงาน (Empowered Employees) มากขึ้น ซึ่งเป็นการให้อำนาจ(power) อิสระ(freedom) ความรู้(knowledge) และทักษะ(skills)แก่พนักงานที่จะสามารถตัดสินใจเองและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น พรเทพจึงต้องพร้อมที่จะรับแนวความคิดใหม่ๆในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อเสนอแนะจากพนักงานทุกคน รูปแบบการบริหารจัดการแบบดั้งเดิมของบริษัทจุ๊ยซี่ที่เน้นการควบคุมที่เข้มงวด เน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย เน้นการปฏิบัติงานที่ดำเนินตามวิธีการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้อย่างละเอียดชัดเจนแล้วนั้นจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูงโดยเฉพาะกรณีของบริษัทจุ๊ยซี่ ปัจจัยสภาพแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรมคือรสนิยมหรือความชอบของผู้บริโภคที่มีต่อการดื่มน้ำผลไม้แบบเดิมเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการคุกคามจากคู่แข่งขัน การเปลี่ยนแปลงเพื่อจะฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของบริษัทจุ๊ยซี่ให้กลับมาจึงควรเริ่มจาก (1) การเปลี่ยนแปลงภาวะผู้นำ จากเดิมที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนดเป้าหมาย ตัดสินใจ กำกับดูแลและควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวด เปลี่ยนเป็นการสร้างสัมพันธภาพภายในบริษัททั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐานที่พนักงานทั้งบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน พรเทพต้องช่วยให้พนักงานสามารถมองภาพรวมบริษัททั้งหมด มิใช่งานส่วนย่อยของตนเท่านั้น ต้องสนับสนุนทีมงานที่ได้รับมอบหมายอำนาจตัดสินใจได้ด้วยทีมงานเองอย่างเต็มที่ อีกทั้งต้องกระตุ้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของพนักงาน การที่พรเทพจะสร้างวัฒนธรรมบริษัทที่สนับสนุนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้นั้น จะต้องเริ่มต้นด้วยการส่งเสริมบรรยากาศที่ยกย่องทุกความคิดริเริ่มของพนักงาน ไม่ว่าความคิดใหม่ๆเหล่านั้นจะดีหรือไม่ในความคิดของพรเทพ หรือไม่ว่าแนวความคิดใหม่ๆเหล่านั้นจะนำไปปฏิบัติแล้วจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม เพราะถ้าพรเทพและผู้บริหารคนอื่นเลือกที่จะยกย่องเฉพาะความคิดริเริ่มที่เห็นว่าดีในสายตาของตน แต่ตำหนิความคิดริเริ่มที่ตนเห็นว่าไม่ดี จะทำให้พนักงานไม่กล้าที่จะคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆอีกต่อไป (2) ใช้นโยบายการสื่อสารที่เปิดกว้าง (open door policy) โดยที่พรเทพที่ต้องสร้างบรรยากาศที่พร้อมจะรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆจากพนักงานเพื่อเป็นแนวทางที่ตั้งอยู่บนข้อมูลที่เป็นจริง เนื่องจากพนักงานแต่ละคนจะมีประสบการณ์ตรงจาการปฏิบัติงานที่พรเทพอาจไม่มี พนักงานเหล่านี้มักมีข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก เช่นความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีใหม่ๆที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น (3) ใช้โครงสร้างแบบทีมโดยเฉพาะทีมงานแบบข้ามหน้าที่ ที่กำกับดูแลตนเอง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับบริษัทจุ๊ยซี่มากกว่าโครงสร้างแบบเดิม (4) ให้อำนาจกับพนักงาน โดยที่พนักงานมีอิสระที่จะคิดค้นผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้สูตรใหม่ๆ ที่สามารถสนองความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หรือสำหรับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ สภาพบรรยากาศแบบที่เป็นระบบเปิดนี้ จะกระตุ้นให้พนักงานทุกคนกระตือรือร้นที่จะคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ติดตามเรียนรู้ปัญหาของบริษัทร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด |
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||