27 มิถุนายน 2551
แอดมิชชั่น ทำให้เด็กต้องเรียนกวดวิชา จริงหรือ
|
ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิตบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า จากการนำผลการสำรวจเรื่อง การกวดวิชาในเมืองไทย ที่ตนเคยทำไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วมาเปรียบเทียบกับการกวดวิชาในปัจจุบัน พบว่า ปัจจุบันมีการกวดวิชามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทั้งที่ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย จากระบบเอนทรานซ์มาเป็นระบบแอดมิชชั่นโดยหวังว่าจะช่วยลดการกวดวิชาลง เพราะผลการสำรวจในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าเด็ก ม.ปลายกวดวิชา เพราะอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบแอดมิชชั่นแล้วการกวดวิชาก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบแอดมิชชั่นไม่ได้ดีไปกว่าระบบเอนทรานซ์เลย เนื่องจากการสอบแอดมิชชั่นมีหลายองค์ประกอบยิ่งทำให้เด็กเครียดมากกว่าการสอบเอนทรานซ์ และในปี 2553 ที่จะปรับองค์ประกอบในการแอดมิชชั่นใหม่นั้น ตนเห็นว่าจะทำให้มีการสอบมากขึ้น ซึ่งเด็กต้องกวดวิชาเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าการกวดวิชาจะขยายไปทุกระดับการศึกษา แม้แต่ในระดับอนุบาล เพื่อได้เข้าโรงเรียนประถมศึกษาดี ๆ
 |
ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า จากการประเมินคาดว่ามีเด็กประมาณ 4 ล้านกว่าคน หรือร้อยละ 40-50 ของเด็กนักเรียนทั่วประเทศเรียนกวดวิชา ดังนั้นน่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบการกวดวิชาสะพัดประมาณ 2-2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้การแก้ไขหรือลดกระแสการเรียนกวดวิชา ควรส่งเสริมให้โรงเรียนในต่างจังหวัดมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ศ.ดร.ไพฑรย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การเรียนระดับอุดมศึกษาจะยิ่งปั่นป่วนมากขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีความเป็นอิสระในการบริหาร สามารถจัดหลักสูตรการเรียนการสอนได้เอง ทำให้แต่ละแห่งวางแผนออกแบบ เพื่อให้คนมาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดสอนหลักสูตรพิเศษ ซึ่งทิศทางเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะการศึกษาจะเป็นเรื่องของสินค้า หรือธุรกิจการศึกษามากกว่าการบริการสาธารณะ ดังนั้นหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้นาน ๆ คนที่เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ จะกลายเป็นคนชั้นสูงเท่านั้น เพราะมีเงินที่จะจ่ายได้
|
|
Posted by : Atom
เวลา : 16:25
จำนวนผู้อ่าน : 2440 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://learning.eduzones.com/kmitl/6834
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น