คำถอดเทปเป็นภาษาอีสาน | คำแปลเป็นภาษากลาง |
|---|
บาดหนิ ผัวกะเล้ยไป่ หาเอ่าเก่สร หาเอ่ามดแม้ง หาเอ่าอั่นนั่น มาป้อนลูก เมียหนั่น ก๋กลูกไว่ใน้ฮั้ง
ผัวหนิกะเล้ย ไป่หากิ่นดด
ใบ่บั่วกะเล้ยหุ่บฮอฮุ่ดม เอ่าท่าว บ่ได่ม๊า สั่นเด๊ะบาดหนิ
เอ่า พูผัวหนั่น
นกกะจอกพูโตผัวหนั่นด บ่ได่ม๊า
บาดหนิ เมี้ย กะคอย ถ่ากิ่นเข่าน๊ำผัวอยู
บาดหนิกะเล้ยวา เป่นหยั๋งคื้อบ่ม๊า
วาผัวหนิไป่มี้ซู่ มี้เมี้ยหนีจาก
มี๊เมี้ยหนิ
กะเล้ยโสกั่น ตืนมื่อเซ่า
บอกผัว บาดหนิ
เมี้ยจัง ผัวจังม๊าได่เด๊ะ
ม๊าหาผัวได่ ม๊าหาเมียได่ สั่นเด๊ะ
ม๊าหาเมียได่
เออ กะเล้ยม๊าโสกั่น
กะเล้ยวา
ข่อยบ่ได่ไป่มี้ซู่ มี้เมี้ยเสียจาก
ข่อยหนิไป่หาเอ่า อั่น เกสรด่อกไม่
ไป่หาเอ่าแน้วม๊าเลี่ยงเจ้า เลี่ยงลูก เลี่ยงเมี้ย
เหล่าบั่วกะเล้ยหุ่บ ฮอฮุ่มเอ่า
ข่อยบ่ได่ม๊า
ผัวเล้ยเว่าให่ฟั้ง
โอ้ย!ขั่นบ่แมนควมข่อยอีหลีหนิ
ขอให่ข่อยได่เป่นโต่บาปฮ่ายกัวพอพะลือสีเหล่าวาสั่น
น้อนอยูค้างพะลือสีหนิเด๊ะเดียวหนิ
พะลือสี ไป่อยูหนิ ฮังอยูหนิ เด๊ะหนิ
ข่อยเว่า ขั่นข่อยตั๋วเจ้า ให่ข่อยเป่นบาปฮ่ายโตทอพะลือสี
|
ทีนี้ผัวก็เลยไปหาเอาเกสร หาเอามดแมงมาป้อนลูก
เมียนั้นกกลูกไว้ในรัง
ผัวก็เลยไปหากิน
ใบบัวก็เลยหุบ ห่อหุ้ม เอา ผัวไม่ได้มาเลยทีนี้
ฝ่ายผัว
นกกระจอกฝ่ายผัวนั้นมาไม่ได้
ทีนี้เมียก็คอยรอกินข้าวกับผัวอยู่
ทีนี้ก็เลยว่าทำไมถึงไม่มา
ว่าผัวนี้ไปมีชู้ มีเมีย หนีไป
มีเมียหนิ
ก็เลยคุยกัน ตื่นตอนเช้า
บอกผัวทีนี้
เมียจึง ผัวจึงมาได้
มาหาผัว มาหาเมียได้ ทีนี้
มาหาเมียได้
เออ ก็เลยมาคุยกัน
ก็เลยว่า
ฉันไม่ได้ไปมีชู้ มีเมียใหม่
ฉันนี้ไปหาเอาเกสรดอกไม้
ไปหาเอาอะไรมาเลี้ยงเจ้า เลี้ยงลูก เลี้ยงเมีย
แล้วบัวก็เลยหุบห่อหุ้มเอา
ฉันไม่ได้มา
ผัวเลยพูดให้ฟัง
โอ๊ย ถ้าไม่ใช่อย่างที่ฉันพูดจริงๆนี่
ขอให้ฉันบาปหนากว่าพระฤาษีอีก
นอนอยู่คางพระฤาษีนี่แหละเดี๋ยวนี้
พระฤาษีไปอยู่นี่ รังอยู่นี่นะนี่
ฉันพูด ถ้าฉันโกหกเธอ ขอให้ฉันบาปเท่าพระฤาษี
|
พะลือสีกะเล้ยได่ยิน
ป้าดโท!ข่อยเป่นโต่บาป โต่เว้ร สั่นหนิหือ
กู่หนิเป่นโต่บาปฮ่ายหนิติเหอ
วาสั่นวา
ขั่นวาสั่นกะ
กู่หนิกะอยูซือๆ
จังซี่กู่กะสิหนี
สิเอ่ามีดเอ่าหยัง ม้าแถหนวดแถเคราออก แมนบ่หล่ะ
พะลือสีเฒ่า
ขั่นมั้นวา กู่โต่บาปฮ่าย
เฒ่ากะเล้ยเผาปา
กะเล้ยไป่ เอ่าลูกไป่ เฮ็ดฮวงฮังอยูปาไม่หนั่นหล่ะ
อ้อ..บาดหนิ พะลือสีกะเล้ยสิก
บาดหนิ สิกแล้วกะเล้ย ไป่หาเล่นสาว หนั่นตัวบาดหนิ
เลากะวา โอ..กู่หนิมั้น
อยูก่างท่งตั้ว กิงบ่ก้าน
ท้นโท่อยุแตล้ำตั้วหนิ
กู่สิเดินด่งไป่หาสาวคนไมเบิงกอนน้า วาสั่น
|
พระฤาษีก็เลยได้ยิน
โอ้โห ฉันเป็นตัวบาปตัวเวรหรือนี่
กูนี้เป็นตัวบาปร้ายหรือนี่
ว่าอย่างนั้น
ก็เลยว่า
กูนี่ก็อยู่เฉยๆ
อย่างนี้กูก็จะหนี
จะเอามีดเอาอะไรมาโกนหนวดโกนเคราออก ใช่ไหมหล่ะ พระฤาษีเฒ่า
ถ้ามันว่ากูเป็นตัวบาปร้าย
เฒ่าก็เลยเผาป่า
ก็เลยไป เอาลูกไปทำรวงรังอยู่ป่าไม้นั่นแหละ
อ้อ…ทีนี้พระฤาษีก็เลยสึก
ทีนี้สึกแล้วก็เลย ไปหาเกี้ยวสาวนั่นแหละทีนี้
เขาก็ว่า โอ… เรานี่มัน…
อยู่กลางทุ่งมีแต่กิ่งไม่มีก้าน ทนโท่อยู่แต่ลำต้นนะเนี่ย
กูจะเดินดุ่มไปหาสาวคนใหม่ ดูก่อนนะ ว่าอย่างนั้น
|
พะลือสีหนิกะไป่สั่นแหล่ว ไป่หาเจ่าสาว
กะไป่หาอีนึง
โอ้ย!น่องหนิเป่นยังดังยิงแก้ยิงแกกางกาก
คื้อสลากขายเซียง ค่าขายได่กะบ่สวย
ค้นสิสวยเสด็จขึ่นกะไป่หาทางไมซะถ่อน เผิ่นหน่ะวา
จานเพินไป่หาเล่นสาวหน่ะ
บาดหนิพูสาววาบ่สม จารย์
กะเล้ยบอกไห่ไป่หาเล่นท้างไม
หนิวา น้องหนิฮูบขี่ฮ้าย เป่นพูฮ่ายพูดฮางคื้อควย มั้นบ่สวยคื้อซาย ม่ายม้าซมด้าว เซือบาดสั่นยังเข่าพงศา อ่าวและอ่านายส่ะอ่าง ฮ่าย เว่าพื่นพูฮ่าย สอบได่ทีนึงเมื้องเฮา แล่วผะหนา น้างหนิวา
อิสาวหนิวา กะเล้ยเซิญไห่พอเฒ่าอั่นนี่ พอเฒ่าฤาษีหนิไป่หาเล่นพูไม
|
พระฤาษีนี้ก็ไป ไปหาเจ้าสาว
ก็ไปหาอีหนึ่ง
โอ๊ย!น้องนี้เป็นผู้หญิงไม่สมประกอบ เหมือนสลากขายเสี่ยง ค้าขายได้ก็ไม่สวย
คนจะสวยก็ไปหาเอาที่อื่นซะเถอะ เขาว่า
อาจารย์ท่านไปหาเกี้ยวสาวหน่ะ
ทีนี้ผู้สาวว่าไม่เหมาะสมกับอาจารย์
ก็เลยบอกให้ไปหาเกี้ยวคนใหม่
นี้ว่า น้องนี้รูปไม่สวย พูดถึงคนไม่สวย
สอบได้ที่หนึ่งเมืองเราแล้ว นางนี้ว่า
อีสาวนี้ว่า ก็เลยเชิญให้พ่อเฒ่าอันนี้ พ่อเฒ่าฤาษีไปหาเกี้ยวคนใหม่
|
บาดหนิก่าวถึงบั่กกะจอก บาดหนิ กะเล้ยไป่เฮ็ดฮั้งไว่ใน้ปา
พ้อดีกะไฟ้กะเล้ยไหม่ ก่อเล้าเผาปาม้า สั่นแหล่วบาดหนิ
ผัวกะเล้ยวา โอ้ย!วาสั่นวา ไฟ้ไก้สิม้าฮอดแล้ววาสั่น
ลูกน้อยเฮากะอยูในฮั้ง ขั่นเฮาบินหนีหนิ คึดจังได๋
ลูกเฮากะต่องตายอยูในอั้ง ไฟ้กะมาคอก
พอดี่นางอั่นนี่กะเล้ยวา เป่นจั่งได๋
ข่อยกะสิตายน๊ำลูกออน วาสั่น
ทางพูผัวกะเล้ยวาข่อยกะสิตายน๊ำลูกออน วาสั่นวา
ผัวฮั่กซ่ำ กะขันนำไหลซี สิบ่หนีฮั้ง จากกุดตาไข้
ไฟถึงแล้วสกุนาฮ้อนเฮง ตัวผัวนิ่งบ่ได่
กะเล้ยผ่ายเผนหนี สั่นเด๊ะบาดหนิ
ผัวหนิบ่จิงคื้อแมยิงสั่นเด๊ะ
พูซายหนิกะะเล้ยวา ตัวผัวนิ่งบ่ได่กะเล้ยผ่ายเผ่นหนี
ตัวเมียหนิต่ายนำลูกออน ค่ำท่านสอนบอกไว่ วาซายหนิบ่จิง พูดแล้วนิ่งจ๋า ดังนิทาน หนิหล่ะวาเถอะ
คื้อจังเฮาเป่นนกกะจอกแตกฮังกุ้มเขาวา
หนิหล่ะ เขากะลำไป่
เขาวาพูซายหนิพูดบ่จิง คื้อพูผัว
พูยิงมันยอมตายต่ายนำลูกออน
|
ทีนี้กล่าวถึงนายกระจอก ทีนี้ก็เลยไปทำรังไว้ในป่า
พอดีไฟก็เลยไหม้ กอเลาเผาป่ามานั่นแหละทีนี้
สามีก็เลยว่า โอ๊ย!บอกว่า ไฟใกล้จะมาถึงแล้ว
ลูกน้อยเราก็อยู่ในรัง ถ้าเราบินหนี คิดยังไง
ลูกเราก็ต้องตายอยู่ในรัง ไฟก็มาครอก
พอดีนางอันนี้ก็เลยว่า เป็นยังไง เราก็จะตายกับลูกอ่อน ว่าอย่างนั้น
ทางสามีก็เลยว่า เราก็จะตายกับลูกอ่อน ว่าอย่างนั้น
สามีรักช้ำ ก็ขันนำไหลซี จะไม่หนีรัง จากกุดตาไคร้
ไฟถึงแล้วสกุณาร้อนมาก ตัวสามีนิ่งไม่ได้ ก็เลยพ่ายเผ่นหนี นั่นแหละทีนี้
สามีนี้ไม่จริงเหมือนผู้หญิง ว่างั้น
ผู้ชายนี้ก็เลยว่า ตัวสามีนิ่งไม่ได้ก็เลยพ่ายเผ่นหนี
ตัวภรรยานี้ตายกับลูกอ่อน คำท่านสอนบอกไว้ ว่าชายนี้ไม่จริง พูดแล้วนิ่งจ๋า ดังนิทาน นี่แหละ ว่าเถอะ เหมือนกับเราเป็นนกกระจอกแตกรัง
เหมือนเขาว่านี้แหละ เค้าก็ลำไป
เขาว่าผู้ชายพูดไม่จริงเหมือนสามี
ผู้หญิงมันยอมตายกับลูกอ่อน
|
แหล่ว กะต่ายแล่วกะเล้ยไป่เกิดเป่นลูกผญา อีน้างอั่นนกกะจอกน้อยหนิ
หนั่นหล่ะน้างหนิกะเป่นลูกผญา น้างนกกะจอกน้อยหนิเป่นลูกผญา
ซือวาจันทร์ขจร
พูผัวกะต่ายคื้อกัน
แตบ่ได่ต่ายอยูพ้อมเมียในฮัง
ซือวา วรจิตร
บาดหนิ เป่นซาติทีสองของนกกะจอก
พ้อดีน้างอั่นจันทร์ขจรหนิ บ่ปากน๊ำซาย
แมนตั่งแตพอเจ่าชองแท่ๆ กะบ่ปาก
บ่ปรารถนา วา พูซายหนิเว่าบ่จิง บ่เว่านำเล้ย
(ซังหลาย)
แตหำพอบักแจ้นบ่จ๋าต้องปาด จ้างสากของ
วาสั่นเถาะไป๊
แตหำพอบักแจ้นบ่จ๋าต้องปาด ขั่นแมนพูซายแล้ว สิบ่เว่านำเล้ย
เลาซังเลาเบือเลาเปิดพูซาย เว่าบ่จิง
เลาบาดหนิ พูได๋มาเว่ากะบ่ปาก
ขั่นเป็นพูซาย
ขั่นพอเว่าน๊ำกะบ่ปาก
ไผ้เว่ากะบ่ปาก
ขั่นพูยิงเว่าจั่งสิปาก
|
แล้วก็ ตายแล้วก็เลยไปเกิดเป็นลูกพญา อีนางอันนกกระจอกน้อยนี่
นั่นแหละนางนี้ก็เป็นลูกพญา นางนกกระจอกน้อยนี้เป็นลูกพญา
ชื่อว่าจันทร์ขจร
ผู้สามีก็ตายเหมือนกัน
แต่ไม่ได้ตายอยู่พร้อมภรรยาในรัง
ชื่อว่าวรจิตร
ทีนี้เป็นชาติที่สองของนกกระจอก
พอดีนางจันทร์ขจรนี้ ไม่พูดกับผู้ชาย
แม้แต่พ่อของตัวเองแท้ๆก็ไม่พูด
ไม่ปรารถนา ว่า ผู้ชายนี้พูดไม่จริง ไม่พูดด้วยเลย
(เกลียดมาก)
แต่หำพ่อบักแจ้นไม่จ๋าต้องปาด จ้างสากของ ว่างั้นเถอะ
แต่หำพ่อบักแจ้นไม่จ๋าต้องปาด ถ้าเป็นผู้ชายแล้ว จะไม่พูดด้วยเลย
เธอเกลียด เธอเบื่อ ผู้ชายพูดไม่จริง
แล้วทีนี้ใครมาพูดก็ไม่พูด
ถ้าเป็นผู้ชาย
ถ้าพ่อพูดด้วยก็ไม่พูด
ใครพูดก็ไม่พูด
ถ้าผู้หญิงพูดจึงจะพูด
|
แหล่วบัดหนิอยูม้า เป่นสาวแล้ว กะบ่ปาก
พอกะอยากไห่มี้คูคอง
ไผสิม้าเว่านำนางนกกะจอก หนิเนอะ
นางจันทร์ขจรได่
ขั่นวาจะม้าเว่า จะไห่คองเมือง
สิไห่แตงง้าน น๊ำนางอั่นนี่
นางจันทรขจรนี่
บาดหนิเพินกะปะกาศ ตีฆ้องฮ้องปาว หัวเมืองนั่น หัวเมืองนี่
ขั่นพูได๋ม้าเว่า เพินกะสิยกให่เล้ย
|
แล้วทีนี้อยู่มาจนเป็นสาวแล้วก็ไม่พูด
พ่อก็อยากให้มีคู่ครอง
ใครจะมาพูดกับนางนกกระจอก นี่นะ นางจันทร์ขจรได้
ถ้าว่าจะมาพูด จะให้ครองเมือง
จะให้แต่งงานกับนางอันนี้
นางจันทร์ขจรนี่
ทีนี่ทานก็ประกาศ ตีฆ้องร้องป่าว หัวเมืองนั้น หัวเมืองนี้
ถ้าใครมาพูด ท่านก็จะยกให้เลย
|
บัดหนิกะ บั่กนึงกะ ตาเถรหนิกะ หนิกะ
มึงเด้อ กู่สิเว้าให่มึงได้
ตาเถรมือเข่าสู้เสกนวด
สีหน่าสีหลัง สั่นหนา
จ่มคาถางึมงัม
อม อมเขียด
ขั่นนาง คึดต้ม คึดตาม มึงบ่ตามเป๋นแน่
เนี่ยเป็น
สิให่เอวขัดม้าว พวงคำเส่นใหญ่
สิหาเงินแล่ะแก้ว ม้าเลี่ยงซูกิ่น น่องเอ้ย
พูสาวกะมิดอิ้งติ้งบ่ปากบ่
เหมิดความหมายน้อกู่
เฮ็ดจั่งได๋น้อกู่ สั่นแหล่วบาดหนิ
กะบ่ปาก
บั่กนึงกะ เข่าไป่คื้อกั่น
เข่าไป่เว่าผญา ใซคื้อกั่น
กะบ่ปากคื้อกั่น
ไผกะไป่เว่าเบิ่ดซูค้น กะบ่ปาก
นางกะบ่ปาก
|
ทีนี้ก็ นายคนหนึ่งก็ ตาเถรนี้ก็ นี้ก็
มึงนะ กูจะพูดให้มึงได้
ตาเถรมือเข้าสู้เสกนวด
ถูหน้าถูหลังนั่นแหละ
บ่นคาถางึมงัม
อม อมเขียด
ถ้านาง คิดต้ม คิดตาม มึงไม่ตามเป็นแน่
เนี่ยเป็น
จะให้เข็มขัดม้าว ทองคำเส้นใหญ่
จะหาเงินและแก้วมาเลี้ยงดู น้องเอ้ย
ผู้สาวก็เงียบสนิท ไม่พดไม่จา
หมดความหมายหนอกู
ทำยังไงหนอกู นั่นหละทีนี้
ก็ไม่พูด
ผู้ชายคนหนึ่งก็เข้าไปเหมือนกัน
เข้าไปพูดคำกลอนใส่เหมือนกัน
ก็ไม่พูดเหมือนกัน
ใครก็ไปพูดหมดทุกคน ก็ไม่พูด
นางก็ไม่พูด
|
บาดหนิกะเหลือไผ
บ่มี้ไผหล่ะ
มี้ตั้งแต ท่าว วรจิตร ถ้อนแหล่ว
บาดหนิกะม้าสั่นแหล่ว
ได่ยินคาว
อยากเห็นสั่นแหล่ว
ซือวาจันทร์ขจรหนิเป่นพูจังได๋
บาดหนิกะม้า
ม้าแล้ว เพินกะเสกค้าถา ตั่งแตคั้นได
ขึ่นไป่อ่ะ วรจิตรอ่ะ
เสกคาถาตั่งแตคั้นได เผี๊ยะ
คั้นไดแก้ว เป่นท้างจองป่อง
จอย่องสิขึ่นไป่ได๊บ่น้อ พุ่นแหล่ว
กะเว่าผญา
หล่ะกะขึ่นไป่ฮอดพู้น
กะไป่เว่าอีกสั่นแหล่ว
ขึ่นไป่เว่าพูสาวอ่ะ
ขึ่นไป่ฮอดพูสาว
กะไป่เสกหมอนพุนแหล่ว
หมอนกะเว่าปากเป่นบุญ
ตั้วเดียวหนิ
สมัยแตกี้
ขั่นอีหนิเว่าบ่เป็น
อีหนิน้างจันทร์ขจร
กะหยิกหมอน สั่นเด้ะเดียวหนิ
ขั่นวาบาดหนิ
|
ทีนี้ก็เหลือใคร
ไม่มีใครแล้ว
มีแต่ท้าววรจิตรหล่ะสิ
ทีนี้ก็มาหล่ะสิ
ได้ยินข่าว
อยากเห็นหน่ะสิ
ชื่อว่าจันทร์ขจรนี้ หน้าตายังไง
ทีนี้ก็มา
มาแล้วเค้าก็เสกคาถา ตั้งแต่บันได
ขึ้นไปเลย ท้าววรจิตรหน่ะ
เสกคาถาตั้งแต่บันไดนี้แหละ
บันไดแก้ว เป็นทาง เป็นช่อง
จะย่อง จะขึ้นไปได้ไหมหนอ นั่นแหละ
ก็พูดคำกลอน
แล้วก็ขึ้นไปถึงนู่น
ก็ไปพูดอีกหน่ะสิ
ขึ้นไปพูดกับผู้สาวน่ะ
ขึ้นไปถึงผู้สาว
ก็ไปเสกหมอนนู่นน่ะ
หมอนก็พูดปากเป็นบุญ
นะเดี่ยวนี้
สมัยก่อน
ถ้านางนี้พูดไม่เป็น
อีนี้นางจันทร์ขจร
ก็หยิกหมอนนะเดี๋ยวนี้
ถ้าว่าทีนี้
|
โอ๊ย ขั่นวาจังซี่พูอั่นวรจิตรวา
ตั่งแตกี้เฮาเป๋นนกจอกน้อย
เป่นคูผัวเมี้ย เดะ
เออหนิหล่ะเล้ยเว่านิทานเดะบาดหนิ
ฮวงอั้งอยูค้างฤาษีเจ้าเด้ะวาสั่น
(เว่านิทานเรื่องนกกระจอก)
ไฟ่เล้ยไหม่ก่อเลาเผาปามาแหล่ว วาสั่นวา
วาผัวฮักซั่น ขันน้ำไหลซี
ีสิบ่หนียิ่งฮัง จากกุดตาไข้
ไฟ้สิถึงแล้ว สกุนาฮ้อนเฮ่งวาสั่น
ตัวเมี้ยนั่ง บ่ได่
กะเล้ยผ่ายเผ่นหนีวาสั่น
พูท่าววรจิตรวาไซเมี้ย
โตผัวกะตายน้ำฟักลูกออนวาสั้น
คำสอนบอกไว่วายิงนี่บ่จิง
อีหนิกะ (บ่แมน นางอั่นนี่วา)
ขึ่นซ้วนๆสั่นแหล่ว
บ่ แมน เจ่าหนั่นแหล่วหนี
(บ่แมน เจ่าเว่า …………… เจ่าเว่าบ่ถืก)
|
โอ๊ย ถ้าว่าอย่างนี้ผู้อันวรจิตรว่า
เมื่อก่อนเราเป็นนกกระจอกน้อย
เป็นคู่ผัวเมียนะ
เออนี่แหละเลยเล่านิทานนะทีนี้
รวงรังอยู่คางฤาษีเจ้านะว่างั้น
(เล่านิทานเรื่องนกกระจอก)
ไฟเลยไหม้กอเลาเผาป่า มาแล้ว ว่าอย่างนั้น
ว่าผัวรักสั้น ก็ขันน้ำไหลซี จะไม่หนีรวงรังจากกุดตาไคร้
ไฟจะถึงแล้วสกุณาร้อนมาก ว่างั้น
ตัวเมียนิ่งไม่ได้
ก็เลยพ่ายเผ่นหนี ว่างั้น
ผู้ท้าววรจิตรว่าใส่เมีย
ตัวผัวก็ตายกับลูกอ่อนว่างั้น
คำสอนบอกไว้ว่าหญิงนี้ไม่จริง
อีนี้ก็ (ไม่ใช่ นางอันนี้ว่า)
โมโห ขึ้นเลยแหละ
ไม่ใช่ เธอนั่นแหละหนี
(ไม่ใช่เธอพูดไม่ถูก)
|
เว่ากั่นแล้ววาบัดฮาไฟ้ใหม่ม้าสิบ่พ้ากั่นหนี
บั้งซุดท่ายผัวหล่ะ บิ่นหนีเดะเน๊าะ
(เออบินหนีหล่ะบัดหนิมันมาแก้เดะ)
(ทางหนิบ่วาผัวบินหนี วานางบินหนีอ่ะ
ก่อนางสิสูนอ่ะ)
นั่นหล่ะ กะเล้ยวา
ผัวฮักซ่ำกะขันนำไหลซี สิบ่หนี ฮั้งจากกุดต่าไข้
ไฟ้ถึงแล้วสกุนา ฮ้อนเฮง
โตเมียนั่งบ่ได่ กะเล้ยผ่ายเผ่นหนี
ตัวผัวนี่ต่ายน๊ำลูกออนวาสั่น
คำท้านสอนบอกไว่วายิงนี่บอจิง
วาสั่นมั้นแก้ มันแก้กลอนว่าเถอะ
อีนี่กะสูนขึ่นฮึดๆ
กะวาเจ้าหนั่นหล่ะหนี จังซั่นจังซี่
กะเว่าขึ่นเล้ย มันสูนวาสั่นเถาะ
ตั่งแต่กี้พูได๋วาหยังมั้นสิบ่เว่าบ่ปาก
ฮั่นหนา พ้อม้าเว่า ควมนี่ขึ่น
อีน้างอั่นหนิ มันเข่าไส่มั้นตี้
มั้นหล่ะสูนบั่กใหญ
(พ้อปากขึ่นกะตีฆ้องตีกอง ขึ่นตั๊ว
ตีฆ้องฮ้องป่าวสั่นตั๊ว
ยกเมืองยกหนั่นไห่อภิเสกสมรสถ้อนตั๊ว)
เอวังก็มีประการละฉะนี้แล
|
พูดกันแล้วว่าถ้าไฟไหม้มาจะไม่พากันหนี
พอสุดท้ายผัวก็บินหนีเนอะ
(เออ บินหนี แล้วทีนี้มันมาแก้นะ)
(ทางนี้ไม่ว่าผัวบินหนี ว่านางบินหนีหน่ะ
ที่นางโมโหหน่ะ)
นั่นแหละ ก็เลยว่า
ผัวรักสั้น ก็ขันนำไหลซี จะไม่หนีรังจากกุดตาไคร้
ไฟถึงแล้วสกุณาร้อนมาก ตัวเมียนั่งไม่ได้ก็เลยพ่ายเผ่นหนี
ตัวผัวนี้ตายกับลูกอ่อนว่างั้น
คำท่านสอนบอกไว้ว่าหญิงนี้ไม่จริง
ว่างั้น มันแก้ มันแก้กลอน ว่างั้นเถอะ
อีนี่ก็โมโหขึ้นฮึดๆ
ก็ว่า เจ้านั่นแหละหนี อย่างนั้นอย่างนี้
ก็พูดขึ้นเลย มันโมโห ว่างั้นเถอะ
เมื่อก่อนใครว่าอะไรมันจะไม่พูดไม่จา
นั่นหน่ะ พอมาพูดเรื่องนี้ขึ้น
อีนางอันนี้ มันเข้าไส้มันสิ
มันก็โมโหใหญ่
(พอพูดขึ้นก็ตีฆ้องตีกลองขึ้นสิ
ตีฆ้องร้องป่าวหน่ะสิ
ยกเมืองยกนั้นให้อภิเษกสมรสหน่ะสิ)
เอวังก็มีประการละฉะนี้แล
|
วันที่ 16 สิงหาคม 2551 เวลา 20:00
โดย : ภาษาพื้นบ้านภาคอีสาน
อีเมล์ : www.pop_prang@thaimail.com
เว็บไซต์ : ภาษาพื้นบ้านภาคอีสาน
IP 202.91.19.xxx