ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
Thai Educational Portal
|
ตั้ง eduzones.com เป็นหน้าแรก
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview
มากที่สุดในประเทศ
Username :
Password :
|
ลืมรหัสผ่าน
|
สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
ไม้ดอกไม้ประดับ
ไม้ดอกไม้ประดับ พรรณไม้นานาพันธุ์
Blog
Gallery
Clip
Webboard
URL Blog :
http://learning.eduzones.com/dingo
21 มีนาคม 2551
ทานตะวัน : ไม้ดอกไม้ประดับ
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
น้ำ
มัน
ที่
มี
ความ
สำคัญ
พืช
หนึ่ง น้ำ
มัน
ที่
ได้
จาก
การ
สกัด
จาก
เมล็ด
ทาน
ตะวัน
จะ
มี
คุณภาพ
สูง ที่
ประกอบ
ด้วย
กรด
ไข
มัน
ที่
ไม่
อิ่ม
ตัว เช่น กรด
ลิ
โนเลนิค หรือ
กรด
ลิ
โนเลอิค ที่
จะ
ช่วย
ลด
โคเลสเตอร์รอลที่
เป็น
สาเหตุ
ของ
โรค
ไข
มัน อุด
ตัน
ใน
เส้น
เลือด นอก
จาก
นี้
น้ำ
มัน
จาก
ทาน
ตะวัน
ยัง
ประกอบ
ด้วย
วิตามิน เอ ดี อี และเคด้วย ผล
ผลิต
ส่วน
ใหญ่
อยู่
ใน
เขต
อบ
อุ่น เช่น สหภาพ
โซเวียต อาร์เจน
ติ
นา และ
ประเทศ
ใน
แถบ
ยุโรป
ตะวัน
ออก สำหรับ
ประเทศ
ไทย ได้
มี
การ
ส่ง
เสริม
ให้
มี
การ
ปลูก
ทาน
ตะวัน
เป็น
อาชีพ
เสริม
มาก
ขึ้น เพื่อ
เพิ่ม
ผล
ผลิต
ให้
เพียง
พอกับอุตสาหกรรม
พืช
น้ำ
มัน และ
ความ
ต้อง
การ
ของ
ผู้
บริโภค ทั้ง
นี้ เพราะ
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
ที่
มี
อายุ
สั้น
ระบบ
ราก
ลึก มี
ความ
ทน
ทาน
ต่อ
สภาพ
แห้ง
แล้ง
ได้
ดี
กว่า
พืช
อื่น ๆ แหล่ง
ปลูก
ที่
สำคัญ
ได้
แก่ จังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ และ
สระ
บุรี
สภาพแวดล้อม
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
ที่
มี
การ
ปรับ
ตัว
เข้ากับสภาพ
ของ
เขต
ร้อน
ได้
ดี
พอ
สม
ควร
ไม่
ไว
ต่อ
แสง สามารถ
ออก
ดอก
ให้
ผล
ได้
ทุก
สภาพ
ช่วง
แสง ปลูก
ได้
ใน
บริเวณ
ที่
มี
การ
ปลูก
ข้าวโพด ข้าว
ฟ่าง เมื่อ
ทาน
ตะวัน
ตั้ง
ตัว
ได้
แล้ว จะ
มี
ความ
ทน
ทาน
ต่อ
สภาพ
แห้ง
และ
ร้อน
ได้
พอ
สม
ควร และ
จะ
เริ่ม
เติบ
โต
ทัน
ที
เมื่อ
มี
ฝน นอก
จาก
นี้
ทาน
ตะวัน
ยัง
มี
ความ
ทน
ทาน
ต่อ
สภาพ
อากาศ
เย็น
จัด
ได้
ดี
กว่า
ข้าวโพด ข้าว
ฟ่าง โดย
เฉพาะ
อย่าง
ยิ่ง
ใน
ระยะ
ต้น
กล้า ทาน
ตะวัน
ขึ้น
ได้กับดิน
หลาย
ประเภท แต่
จะ
ขึ้น
ได้
ดี
ใน
สภาพ
ดิน
ที่
มี
ผิว
ดิน
หนา
และ
อุ้ม
ความ
ชื้น
ไว้
ได้
ดี สามารถ
ทน
ต่อ
สภาพ
ความ
อุดม
สมบูรณ์
ต่ำ ตลอด
จน
สภาพ
ดิน
เกลือ
และ
เป็น
ด่าง
จัด
ได้
พอ
สม
ควร ซึ่ง
ดิน
เหล่า
นี้
จะ
มี
อยู่
เป็น
จำนวน
มาก
ใน
เขต
แห้ง
แล้ง
ทั่ว ๆ ไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
ใน
ตระกูล
เดียว
กันกับเบญจ
มาส คำ
ฝอย ดาว
เรือง เป็น
พืช
ล้ม
ลุก
ที่
มี
ปลูก
กัน
มาก
ใน
เขต
อบ
อุ่น การ
ที่
มี
ชื่อ
เรียก
ว่า "ทาน
ตะวัน
" เพราะ
ลักษณะ
การ
หัน
ของ
ช่อ
ดอก
และ
ใบ
จะ
หัน
ไป
ทางทิศ
ของ
ดวง
อาทิตย์ คือ หัน
ไป
ทางทิศ
ตะวัน
ออก
ใน
ตอน
เช้า และ
ทิศ
ตะวัน
ตก
ใน
ตอน
เย็น แต่
การ
หัน
จะ
ลด
น้อย
ลง
เรื่อย ๆ หลัง
จาก
มี
การ
ผสม
เกสร
แล้ว
ไป
จน
กระทั่ง
ถึง
ช่วง
ดอก
แก่ ซึ่ง
ช่อ
ดอก
จะ
หัน
ไป
ทิศ
ตะวัน
ออก
เสมอ
ราก
เป็น
ระบบ
ราก
แก้ว
หยั่ง
ลึก
ลง
ไป
ประมาณ 150-270 เซนติเมตร มี
ราก
แขนง
ค่อน
ข้าง
แข็ง
แรง
แผ่
ขยาย
ไป
ด้าน
ข้าง
ได้
ยาว
ถึง 60-150 เซนติเมตร เพื่อ
ช่วย
ค้ำ
จุน
ลำ
ต้น
ได้
ดี และ
สามารถ
ใช้
ความ
ชื้น
ระดับ
ผิว
ดิน
ได้
อย่าง
มี
ประสิทธิภาพ
ลำ
ต้น
ส่วน
ใหญ่
ไม่
มี
แขนง แต่
บาง
พันธุ์
มี
การ
แตก
แขนง ขนาด
ของ
ลำ
ต้น ความ
สูง การ
แตก
แขนง
ขึ้น
อยู่กับพันธุ์
และ
สภาพ
แวด
ล้อม ความ
สูง
ของ
ต้น
อยู่
ระหว่าง 1-10 เซนติเมตร การ
โค้ง
ของ
ลำ
ต้น
ตรง
ส่วน
ที่
เป็น
ก้าน
ช่อ
ดอก
มี
หลาย
แบบ แบบ
ที่
ต้อง
การ
คือ
แบบ
ที่ ส่วน
โค้ง
ตรง
ก้าน
ช่อ
ดอก
คิด
เป็น
ร้อย
ละ 15 ของ
ความ
สูง
ของ
ลำ
ต้น พันธุ์
ที่
มี
การ
แตก
แขนง อาจ
มี
ความ
ยาว
ของ
แขนง
สูง
กว่า
ลำ
ต้น
หลัก
แขนง
อาจ
แตก
มา
จาก
ส่วน
โคน
หรือ
ยอด หรือ
ตลอด
ลำ
ต้น
ก็
ได้
ใบ
เป็น
ใบ
เดี่ยว
เกิด
ตรง
กัน
ข้าม หลัง
จาก
ที่
มี
ใบ
เกิด
แบบ
ตรง
กัน
ข้าม
อยู่ 5 คู่
แล้ว ใบ
ที่
เกิด
หลัง
จาก
นั้น
จะ
มี
ลักษณะ
วน จำนวน
ใบ
บน
ต้น
อาจ
มี
ตั้ง
แต่ 8-70 ใบ รูป
ร่าง
ของ
ใบ
แตก
ต่าง
กัน
ตาม
พันธุ์ สี
ของ
ใบ
อาจ
มี
ตั้ง
แต่
เขียว
อ่อน เขียว และ
เขียว
เข้ม ใบ
ที่
เกิด
ออก
มา
จาก
ตาย
อด
ใหม่ ๆ ก้าน
ใบ
จะ
อยู่
ใน
แนว
ตั้ง
จน
กระ
ทั้ง
ใบ
มี
ความ
ยาว 1 เซนติเมตร ปลาย
ยอด
จะ
ค่อย ๆ โค้ง
ลง
จน
เมื่อ
ใบ
แก่
แล้ว
ก็
จะ
โค้ง
ลง
มา
เป็น
รูป
ตัวยู (U) การ
สร้าง
ใบ
จะ
มี
มาก
จน
กระทั่ง
ดอก
บาน หลัง
จาก
นั้น
การ
สร้าง
ใบ
จะ
ลด
น้อย
ลง
ดอก
เป็น
รูป
จาน เกิด
อยู่
บน
ตาย
อด
ของ
ลำ
ต้น
หลัก หรือ
แขนง
ลำ
ต้น
มี
เส้น
ผ่า
ศูนย์
กลาง
ของ
ดอก
อยู่
ระหว่าง 6-37 เซนติเมตร ซึ่ง
ขึ้นกับพันธุ์
และ
สภาพ
แวด
ล้อม ดอก
มี
ลักษณะ
เป็น
แบบ
ช่อ
ดอก ประกอบ
ด้วย
ดอก
ย่อย
เป็น
จำนวน
มาก ซึ่ง
แบ่ง
เป็น 2 ชนิด คือ
1. ดอก
ย่อย
ที่
อยู่
รอบ
นอก
จาน
ดอก เป็น
ดอก
ที่
ไม่
มี
เพศ (เป็น
หมัน) มี
กลับ
ดอก
สี
เหลือง
ส้ม
2. ดอก
ย่อย
ที่
อยู่
ใน
จาน
ดอก เป็น
ดอก
สมบูรณ์
เพศ มี
เกสร
ตัว
ผู้
ที่
พร้อม
จะ
ผสม
ได้
ก่อน
เกสร
ตัว
เมีย และ
สาย
พันธุ์
ผสม
เปิด
ส่วน
ใหญ่
ผสม
ตัว
เอง
น้อย
มาก
ใน
แต่
ละ
จาน
ดอก
จะ
มีด
อก
ย่อย
อยู่
ประมาณ 700-3,000 ดอก ใน
พันธุ์
ที่
ให้
น้ำ
มัน ส่วน
พันธุ์
อื่น ๆ อาจ
มีด
อก
ย่อย
ถึง 8,000 ดอก การ
บาน
หรือ
การ
แก่
ของ
ดอก
จะ
เริ่ม
จาก
วง
รอบ
นอก
เข้า
ไป
สู่
ศูนย์
กลาง
ของ
ดอก ดอก
บนกิ่งแขนง
จะ
มี
ขนาด
เล็ก แต่
ถ้า
เป็น
แขนง
ที่
แตก
ออก
มา
ตอน
แรก ๆ ดอก
จะ
มี
ขนาด
ใหญ่
เกือบ
เท่ากับด
อก
บน
ลำ
ต้น
หลัก ส่วน
ใหญ่
พันธุ์
ที่
ปลูก
เป็น
การ
ค้า มัก
จะ
เลือก
ต้น
ชนิด
ที่
มีด
อก
เดี่ยว เพื่อ
ความ
สมบูรณ์
ของ
ดอก และ
ให้
เมล็ด
ที่
มี
คุณภาพ
ดี
เมล็ด (หรือ
ผล)
ประกอบ
ด้วย
เนื้อ
ใน ซึ่ง
ถูก
ห่อ
หุ้ม
ไว้
ด้วย
เปลือก
ที่
แข็ง
แรง เมื่อ
ผล
สุก
ส่วน
ของ
ดอก
ที่
อยู่
เหนือ
รัง
ไข่
จะ
ร่วง ผล
ที่
มี
ขนาด
ใหญ่
จะ
อยู่
วง
รอบ
นอก ส่วน
ผล
ที่
อยู่
ข้าง
ใน
ใกล้ ๆ กึ่ง
กลาง
จะ
มี
ผล
เล็ก
ลง
เมล็ด
ทาน
ตะวัน แบ่ง
เป็น 3 ประเภท
ใหญ่ คือ
1. เมล็ด
ใช้
สกัด
น้ำ
มัน จะ
มี
เมล็ด
เล็ก สี
ดำ เปลือก
เมล็ด
บาง
ให้
น้ำ
มัน
มาก
2. เมล็ด
ใช้
รับ
ประทาน จะ
มี
เมล็ด
โตก
ว่า
พวก
แรก เปลือก
หนา
ไม่
ติดกับเนื้อ
ใน
เมล็ด เพื่อ
สะดวก
ใน
การ
กะเทาะ
แล้ว
ใช้
เนื้อ
ใน
รับ
ประทาน โดย
อบ
หรือ
ปรุง
แต่ง
ขนม
หวาน หรือ
ทำ
เป็น
แป้ง
ประกอบ
อาหาร หรือ
ใช้
เมล็ด
คั่วกับเกลือ
แล้ว
แทะ
เปลือก
ออก
รับ
ประทาน
เนื้อ
ข้าง
ใน
เป็น
อาหาร
ว่าง
เช่นเดี
ยวกับเมล็ด
แตงโม
3. เมล็ด
ใช้
เลี้ยง
นก ใช้
เมล็ด
เป็น
อาหาร
เลี้ยง
นก หรือ
ไก่
โดย
ตรง
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ทาน
ตะวัน
ชอบ
อากาศ
อบ
อุ่น
ใน
เวลา
กลาง
วัน
และ
อากาศ
เย็น
ใน
เวลา
กลาง
คืน อุณหภูมิ
ที่
เหมาะ
สม
คือ อยู่
ระหว่าง 18-25 องศา
เซลเซียส สภาพ
ความ
เป็น
กรด
-ด่าง ของ
ดิน
ประมาณ 5.7-8 สามารถ
ขึ้น
ได้
ใน
ดิน
แทบ
ทุก
ประเภท แต่
ที่
ขึ้น
ได้
ดี
คือ
ดิน
ที่
มี
หน้า
ดิน
ลึก
ที่
อุ้ม
น้ำ
ได้
ดี แต่
ไม่
ชอบ
น้ำ
ขัง
และ
ไม่
ชอบ
ดิน
ที่
มี
ลักษณะ
เป็น
กรด หาก
ดิน
ที่
ปลูก
มี
ความ
ชื้น
ต่ำ ผล
ผลิต
ของ
เมล็ด
จะ
ต่ำ
ลง
มาก
พันธุ์ทานตะวัน
ทาน
ตะวัน
มี 3 สาย
พันธุ์ พันธุ์
ผสม
เปิด ซึ่ง
เป็น
พันธุ์เดิมที่
ใช้
ปลูก ซึ่ง
ใน
ดอก
จะ
มี
จำนวน
เรณู
ที่
ติด
อยู่
ที่
ก้าน
ชู
เกสร
ตัว
เมีย
น้อย ทำ
ให้
การ
ติด
เมล็ด
ด้วย
การ
ผสม
ตัว
เอง
ต่ำ ต้อง
อาศัย
แมลง
ช่วย
ใน
การ
ผสม
เกสร จึง
จะ
ทำ
ให้
ติด
เมล็ด การ
ปลูก
จึง
ไม่
ประสบ
ผล
สำเร็จ
เพราะ
ได้
เมล็ด
ลีบ ผล
ผลิต
ต่ำ
เนื่อง
จาก
ไม่
ค่อย
มี
แมลง
ช่วย
ผสม
เกสร แต่
ปัจจุบัน
มี
พันธุ์
ลูก
ผสม
สามารถ
ติด
เมล็ด
ได้
ดี โดย
ไม่
ต้อง
อาศัย
แมลง
ช่วย
ผสม
เกสร เพราะ
ใน
ดอก
มี
ละออง
เรณู
ที่
ติด
อยู่
ก้าน
ชู
เกสร
ตัว
เมีย
มาก
กว่า
พันธุ์
ผสม
เปิด 3-4 เท่า จึง
ทำ
ให้
การ
ติด
เมล็ด
ด้วย
การ
ผสม
ตัว
เอง
ดี
กว่า
สาย
พันธุ์
ผสม
เปิด
ปัจจุบัน
ยัง
ไม่
มี
การ
ผลิต
เมล็ด
ทาน
ตะวัน
ลูก
ผสม
ใน
ประเทศ
ไทย ต้อง
นำ
เข้า
จาก
ต่าง
ประเทศ ได้
แก่ พันธุ์ไฮซัน 33 และ
พันธุ์
เอส 101 ซึ่ง
มี
ลักษณะ
ของ
จาน
ดอก
ค่อน
ข้าง
ใหญ่ กลีบ
ดอก
สี
เหลือง
สด
ใส และ
ให้
ปริมาณ
น้ำ
มัน
สูง
สาย
พันธุ์
สังเคราะห์
ซึ่ง
ยัง
ไม่
มี
การ
ส่ง
เสริม
ใน
ปัจจุบัน แต่
ใน
ขณะ
นี้
อยู่
ระหว่งการ
วิจัย
ของ
หน่วย
งาน
วิจัย
สำหรับ
ทาน
ตะวัน
ที่
ส่ง
เสริม
ให้
เกษตร
กร
ปลูก
ใน
ขณะ
นี้
คือ
สาย
พันธุ์
ลูก
ผสม
ลักษณะ
ดี
เด่น
ของ
พันธุ์
ลูก
ผสม ได้
แก่
1. ผล
ผลิต เฉลี่ย 254.82 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่
2. การ
ติด
เมล็ด เฉลี่ย
ร้อย
ละ 76.3
3. เส้น
ผ่า
ศูนย์
กลาง เฉลี่ย 15.4 เซนติเมตร
ของ
จาน
ดอก
4. ความ
สูง
ของ
ต้น เฉลี่ย 168.9 เซนติเมตร
5. อายุ
เก็บ
เกี่ยว เฉลี่ย 90-100 วัน
6. ปริมาณ
น้ำ
มัน เฉลี่ย
ร้อย
ละ 48 ที่
มา
1-4 การ
เปรียบ
เทียบ
พันธุ์
ทาน
ตะวัน
ใน
ท้อง
ถิ่น จำนวน 5 พันธุ์ ฤดู
แล้ง ปี 2529 ศูนย์
วิจัย
พืช
ไร่
เชียง
ใหม่
5-6 บริษัท
แปซิฟิค เมล็ด
พันธุ์ จำกัด
ลักษณะ
ที่
ดี
ของ
พันธุ์
ลูก
ผสม คือ สามารถ
ผสม
เกสร
ภาย
ใน
ดอก
เดียว
กัน
ได้
สูง การ
ติด
เมล็ด
ค่อน
ข้าง
ดี การ
หา
ผึ้ง
หรือ
แมลง
ช่วย
ผสม
เกสร
จึง
ไม่
จำ
เป็น
มาก
นัก แต่
ถ้า
มี
แมลง
ช่วย
ผสม
ก็
มี
ลักษณะ
ประจำ
พันธุ์
ที่
มี
ผล
ต่อ
การ
ดึง
ดูด
แมลง เช่น กลีบ
ดอก
สี
สด
ใส กลิ่น
ของ
เรณู ปริมาณ
และ
คุณภาพ
ของ
น้ำ
หวาน
ก็
ดี
กว่า
พันธุ์
ผสม
เปิด ทน
ทาน
ต่อ
การโค้น
ล้ม
และ
ต้าน
ทาน
ต่อ
โรค
รา
สนิม
ฤดูปลูกทานตะวัน
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
ที่
สามารถ
เจริญ
เติบ
โต
ได้
ใน
ทุก
ฤดู
กาล เพราะ
เป็น
พืช
ที่
ไม่
ไว
ต่อ
ช่วง
แสง อย่าง
ไร
ก็
ตาม
การ
ปลูก
ใน
บาง
ท้อง
ที่
อาจ
ไม่
มี
ความ
เหมาะ
สม เช่น ใน
ที่
ลุ่ม
ภาค
กลาง ใน
ฤดู
ฝน
จะ
มี
น้ำ
ขัง
แฉะ
เกิน
ไป หรือ
ที่
ดิน
ใน
ฤดู
แล้ง
ที่
ไม่
มี
น้ำ
ชลประทาน ดัง
นั้น
ฤดู
ที่
เหมาะ
สม
ที่
สุด
มี 2 ฤดู
คือ
1. ปลาย
ฤดู
ฝน ใน
สภาพ
พื้น
ที่
ที่
เป็น
ดิน
ร่วน
เหนียว ควร
ปลูก
ทาน
ตะวัน
ใน
ปลาย
ฤดู
ฝน คือ ตั้ง
แต่
เดือน
กันยายน
-พฤศจิ
กายน แต่
ถ้า
สภาพ
พื้น
ที่
ที่
ปลูก
เป็น
ดิน
ร่วน
ทราย ควร
ปลูก
ใน
เดือน
สิงหาคม
-ตุลาคม ซึ่ง
เป็น
ช่วง
กลาง
ฤดู
ฝน
2. ฤดู
แล้ง ถ้า
ใน
แหล่ง
ปลูก
นั้น
สามารถ
ใช้
น้ำ
จาก
ชลประทาน
ได้
ก็
สามารถ
ปลูก
เป็น
พืช
เสริม
ได้ โดย
ปลูก
ใน
ช่วง
เดือน
พฤศจิ
กายน - กุมภา
พันธ์ ซึ่ง
เป็น
ช่วง
หลัง
จาก
เก็บ
เกี่ยว
ข้าว
แล้ว
เนื่อง
จาก
พันธุ์
ลูก
ผสม
นี้ ดอก
ค่อน
ข้าง
ใหญ่ เวลา
เมล็ด
แก่
จาน
ดอก
จะ
ห้อย
ลง
มา
และ
ด้าน
หลัง
ของ
จาน
ดอก
จะ
มี
ลักษณะ
เป็น
แอ่ง
เหมือน
กระทะ
ก้น
แบน เมื่อ
ฝน
ตก
ลง
มา
น้ำ
ฝน
จะ
ขัง
ใน
แอ่ง
ดัง
กล่าว จะ
ทำ
ให้
เกิด
โรค
เน่า
ได้
มาก
และ
ทำ
ให้
เมล็ด
เน่า
เสีย
หาย ดัง
นั้น
จึง
ควร
ปลูก
ใน
ปลาย
ฤดู
ฝน หรือ
ใน
ฤดู
แล้ง แล
ถ้า
มี
ฝน
ตก
น้ำ
ขัง
ใน
แอ่ง
ของ
จาน
ดอก ให้
เขย่า
ต้น
เพื่อ
ทำ
ให้
น้ำ
ไหล
ออก
ให้
หมด
การเตรียมดิน
การ
เตรียม
ดิน
ก่อน
ปลูก ควร
ไถ
ดิน
ให้
ลึก
ใน
ระดับ 30 เซนติเมตร
หรือ
ลึก
กว่า
นั้น เพราะ
ว่า
เมื่อ
ฝน
ตก
ดิน
จะ
สามารถ
รับ
น้ำ
ให้
ซึม
ซับ
อยู่
ใน
ดิน
ได้
มาก
ขึ้น การ
ไถ
ดิน
ลึก
จะ
ช่วย
ทำลาย
การ
อัด
แน่น
ของ
ดิน
ใน
ชั้น
ไถ
พรวน ทำ
ให้
น้ำ
ซึม
ลง
ใน
ดิน
ชั้น
ล่าง
ได้
มาก
ขึ้น ควร
กำจัด
วัช
พืช
ใน
แปลง
ให้
สะอาด และ
ไถ
ย่อย
ดิน
ครั้ง
สุด
ท้าย
ให้
ร่วน
ซุย หาก
มี
การ
ใส่
ปุ๋ย
คอก
หรือ
ปุ๋ย
หมัก
ลง
ไป
พร้อมกับการ
ย่อย
ดิน
ครั้ง
สุด
ท้าย
จะ
ช่วย
เสริม
ธาตุ
อาหาร
ต่าง ๆ เพื่อ
ให้
พืช
นำ
ไป
ใช้
ประ
โยชน์
การปลูก
หลัง
จาก
เตรียม
ดิน
เสร็จ
แล้ว ควร
ทำ
ร่อง
สำหรับ
หยอด
เมล็ด
โดย
ให้
แต่
ละ
ร่อง
ห่าง
กัน 70-75 เซนติเมตร และ
ให้
หลุม
ปลูก
ใน
ร่อง
ห่าง
กัน 25-30 เซนติเมตร หยอด
หลุม
ละ 2 เมล็ด แล้ว
กลบ
ดิน
โดย
ให้
เมล็ด
อยู่
ลึก 5-8 เซนติเมตร เมื่อ
พืช
งอก
ได้ 10 วัน หรือ
มี
ใบ
จริง 2-4 คู่
ให้
ถอน
แยก
เหลือ
ไว้
เฉพาะ
ต้น
ที่
แข็ง
แรง
เพียง
หลุม
ละ 1 ต้น และ
ถ้า
หาก
ดิน
มี
ความ
ชื้น
ต่ำ
ควร
ใช้
ระยะ
ปลูก
กว้าง
ขึ้น
การ
ยก
ร่อง
นี้ เพื่อ
เป็น
การ
สะดวก
ใน
การ
ให้
น้ำ โดย
เฉพาะ
อย่าง
ยิ่ง
การ
ปลูก
ใน
ฤดู
แล้ง
ที่
ต้อง
การ
น้ำ
มาก ส่วน
การ
ปลูก
ใน
ฤดู
ฝน ถ้า
เป็น
ดิน
ที่
มี
การ
ระบาย
น้ำ
ดี
ก็
ไม่
จำ
เป็น
ต้อง
ยก
ร่อง
และ
ใช้
ระยะ
ปลูก
เช่น
เดียวกับยก
ร่อ
ง
การ
ปลูก
วิธี
นี้ ต้อง
ใช้
เมล็ด
พันธุ์
ลูก
ผสม
จำนวน 0.7 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่ และ
ปลูก
ตาม
ระยะ
ที่
แนะ
นำ
นี้
จะ
ได้
จำนวน
ต้น 6,400-8,500 ต้น
ต่อ
ไร่
การใส่ปุ๋ย
ทาน
ตะวัน
เป็น
พืช
ที่
ให้
โปรตีน และ
แร่
ธาตุ
สูง จึง
ควร
ใส่
ปุ๋ย
ใน
ปริมาณ
ที่
พืช
ต้อง
การ
ตาม
สภาพ
ดิน
ที่
ปลูก
ด้วย
สำหรับ
ปุ๋ย
เคมี
ที่
เหมาะ
สม
ที่
แนะ
นำ
คือ
สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-8 อัตรา 30-50 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่ โดย
ใส่
รอง
พื้น
พร้อม
ปลูก
และ
ใช้
ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตรา 20-30 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่ เมื่อ
ทาน
ตะวัน
อายุ
ได้ 30 วัน หรือ
มี
ใบ
จริง 6-7 คู่ ซึ่ง
เป็น
ระยะ
กำลัง
จะ
ออก
ดอก หาก
มี
การ
ตรวจ
วิเคราะห์
ดิน
ก่อน
ปลูก จะ
ช่วย
ให้
การ
ใช้
ปุ๋ย
มี
ประสิทธิภาพ
ยิ่ง
ขึ้น
และ
ใน
กรณี
ที่
เป็น
ดิน
ทราย
และ
ขาด
ธาตุ
โบรอน ควร
ใส่
ผง
โบ
แรกซ์ประมาณ 2 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่ จะ
ทำ
ให้
เพิ่ม
ผล
ผลิต
ได้
มาก
และ
ทำ
ให้
คุณภาพ
ของ
เมล็ด
ทาน
ตะวัน
ดี
ขึ้น
การให้น้ำทานตะวัน
น้ำ
เป็น
ปัจจัย
หนึ่ง
ที่
มี
ผล
กระ
ทบ
ต่อ
การ
ผลิต
ทาน
ตะวัน หาก
ความ
ชื้น
ใน
ดิน
มี
น้อย
ก็
จะ
ทำ
ให้
ผล
ผลิต
ลด
ลง
ด้วย การ
ให้
น้ำ
ที่
เหมาะ
สม
แก่
ทาน
ตะวัน
จึง
จะ
ทำ
ให้
ได้
รับ
ผล
ผลิต
ดี
ด้วย ดัง
นั้น
การ
ให้
น้ำ
ควร
ปฏิบัติ
ดัง
นี้
ครั้ง
ที่ 1 หลัง
จาก
ปลูก
เสร็จ
แล้ว
รีบ
ให้
น้ำ
ทัน
ที หรือ
ควร
ทำ
การ
ปลูก
ทัน
ที หลัง
ฝน
ตก
เพื่อ
ใช้
ความ
ชื้น
ใน
ดิน
ให้
เต็ม
ที่
โดย
ไม่
ต้อง
รด
น้ำ
ครั้ง
ที่ 2 ระยะ
มี
ใบ
จริง 2 คู่ หรือ
ประมาณ 10-15 วัน หลัง
งอก
ครั้ง
ที่ 3 ระยะ
เริ่ม
มี
ตาด
อก หรือ
ประมาณ 30-35 วัน หลัง
งอก
ครั้ง
ที่ 4 ระยะ
ดอก
เริ่ม
บาน หรือ
ประมาณ 50-55 วัน หลัง
งอก
ครั้ง
ที่ 5 ระยะ
กำลัง
ติด
เมล็ด หรือ
ประมาณ 60-70 วัน หลัง
งอก การ
ให้
น้ำ
ควร
ให้
น้ำ
อย่าง
เพียง
พอ
ให้
ดิน
ชุ่ม แต่
ไม่
ต้อง
ถึงกับแฉะ
และ
น้ำ
ขัง
การ
ให้
น้ำ
ควร
คำนึง
ถึง
ความ
ชุ่ม
ชื้น
ใน
ดิน
ด้วย ไม่
ควร
ปล่อย
ให้
ดิน
แห้ง
มาก โดย
เฉพาะ
อย่าง
ยิ่ง
ช่วง
แรก
ของ
การ
เจริญ
เติบ
โต
จน
ถึง
ระยะ
ติด
เมล็ด
การกำจัดวัชพืช
ควร
กำจัด
วัช
พืช
อย่าง
น้อย 2 ครั้ง ครั้ง
แรก
เมื่อ
ทาน
ตะวัน
มี
ใบ
จริง 2-4 คู่ ซึ่ง
การ
ทำ
รุ่น
ครั้ง
แรก
นี้ ทำ
พร้อมกับการ
ถอน
แยก
ต้น
พืช
ให้
เหลือ 1 ต้น
ต่อ
หลุม เป็น
การ
สะดวก
สำหรับ
เกษตร
กร
ใน
การ
ปฏิบัติ และ
ครั้ง
ที่
สอง
ทำ
พร้อมกับการ
ใส่
ปุ๋ย
ครั้ง
ที่
สอง เมื่อ
ทาน
ตะวัน
มี
ใบ
จริง 6-7 คู่ ทำ
รุ่น
พร้อมกับใส่
ปุ๋ย
และ
พูน
โคน
ต้น
ไป
ด้วย
ใน
แปลง
ที่
มี
ปัญหา
วัช
พืช
ขึ้น
รบ
กวน ควร
ทำ
การ
กำจัด
วัช
พืช
เพื่อ
ป้อง
กัน
การ
แย่งอาหาร
และ
ความ
ชื้น
ใน
ดิน ตั้ง
แต่
ต้น
ยัง
เล็ก
หรือ
ใช้
สาร
เคมี
คุม
กำเนิด
หรือ
ใช้
สาร
เคมี
คุม
กำเนิด
พวกอะลา
คลอร์ หรือเมโธ
ลา
คลอร์ฉีด
พ่น
หลัง
หยอด
เมล็ด
ก่อน
ที่
จะ
งอก
ใน
อัตรา 300-400 ซี
ซี ผสม
น้ำ 4 ปิ๊บ สำหรับ
ฉีด
พ่น
ใน
เนื้อ
ที่
ปลูก 1 ไร่ โดย
ฉีด
ให้
สม่ำเสมอ
กัน
สามารถ
คุม
การ
เกิด
วัช
พืช
ได้
นาน
ถึง 2 เดือน และ
ควร
ใช้
แรง
งาน
คน สัตว์ หรือเครื่องทุ่น
แรง ทำ
รุ่น
ได้
ตาม
ความ
จำ
เป็น
ข้อ
ควร
ระวัง
ห้าม
ใช้
สาร
เคมี
กำจัด
วัช
พืชอะทรา
ซีนใน
ทาน
ตะวัน
โดย
เด็ด
ขาด
การเก็บเกี่ยว
ทาน
ตะวัน
จะ
มี
อายุ
การ
เก็บ
เกี่ยว
แตก
ต่าง
กัน
ไป ทั้ง
นี้
ขึ้น
อยู่กับพันธุ์
ที่
ปลูก (พันธุ์
ลูก
ผสม อายุ
เก็บ
เกี่ยว 90-100 วัน) วิธี
การ
เก็บ
เกี่ยว
นั้น
ให้
สังเกต
จาก
ด้าน
หลัง
ของ
จาน
ดอก
จะ
เปลี่ยน
เป็น
สี
เหลือง
ซึ่ง
เป็น
ช่วง
การ
สร้าง
น้ำ
มัน
ใน
เมล็ด
จะ
เริ่ม
ลด
ลง และ
จะ
หยุด
สร้าง
น้ำ
มัน
เมื่อ
จาน
ดอก
เปลี่ยน
เป็น
สี
น้ำ
ตาล
ก็
เริ่ม
เก็บ
เกี่ยว
ได้ หลัง
จาก
นั้น
ให้
นำ
ไป
ผึ่ง
แดด
จัด ๆ 1-2 แดด โดย
แขวน
ให้
หัว
ห้อย
ลง
และ
หมั่น
กลับ
ช่อ
ดอก เพื่อ
ให้
ดอก
แห้ง
อย่าง
สม่ำเสมอ ถ้า
เก็บ
เกี่ยว
ใน
ช่วง
ที่
ยัง
มี
ฝน
ชุก
ให้
นำ
มา
ผึ่ง
ใน
ร่ม
หลาย ๆ วัน
จน
แห้ง
สนิท แล้ว
จึง
รวบ
รวม
ไป
นวด อาจ
ใช้
แรง
คน
หรือ
สัตว์ หรือ
ใช้เครื่องนวด
เมล็ด
ถั่ว
เหลือง
หรือ
ถั่ว
ลิสง
ก็
ได้ เสร็จ
แล้ว
นำ
ไป
ทำ
ความ
สะอาด
แล้ว
เก็บ
ไว้
ใน
ยุ้ง
ฉาง
ที่
ป้อง
กัน
แดด
-ฝน และ
แมลง
ศัตรู
ได้ เพื่อ
รอ
จำหน่าย (ความ
ชื้น
ของ
เมล็ด
ที่
จะ
เก็บ
รักษา
ไว้ ควร
ไม่
เกิน 10%)
การให้ผลผลิต
การ
ปลูก
ทาน
ตะวัน
ใน
พื้น
ที่
ที่
มี
ความ
อุดม
สมบูรณ์ มี
การ
บำรุง
รักษา
ดี
จะ
ให้
ผล
ผลิต
ไม่
ต่ำ
กว่า 300 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่ แต่
โดย
เฉลี่ย
ประมาณ
ไม่
ต่ำ
กว่า 200 กิโลกรัม
ต่อ
ไร่
Posted by : dinny dinny
เวลา : 14:17
จำนวนผู้อ่าน : 3171 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://learning.eduzones.com/dingo/4286
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น
(0)
แสดงความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ล๊อกอินเข้าสู่ระบบ คลิกที่นี่
|
สมัครสมาชิก
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
ชื่อ :
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
ความคิดเห็น :
รูปแสดงอารมณ์ :
แทรกรูป :
ขนาดไม่เกิน 300KB
รหัสยืนยัน :
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจน
คลิกที่นี่
My Story
+
ดาหลา : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
มะลิ : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
ทานตะวัน : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
กุหลาบ : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
ดาวเรือง : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
บัวหลวง : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
ประวัติกล้วยไม้
+
แมลงศัตรูของกล้วยไม้
+
โรคที่สำคัญของกล้วยไม้
+
การดูแลรักษากล้วยไม้
+
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
+
กล้วยไม้
+
ลีลาวดี (Frangipani, Plumeria): ไม้ดอกไม้ประดับ
+
เยอบีร่า (Gerbera) : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
เบญจมาศ : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
ปทุมา : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
กรรณิการ์ : ไม้ดอกไม้ประดับ
+
ไม้ดอกไม้ประดับ
+
เคล็ดลับกำจัด..กลิ่นปาก
+
ร่องรอยเล็กๆ ภายในหินดาวอังคารชี้ความเป็นไปได้ของชีวิตบนดาวอังคาร
+
บอลอิตาลีโหด กองเชียร์ลาซิโอ โดนยิงดับ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1
Bloger Profile
dinny dinny
อีเมล์ : dinny@hotmail.com
วันที่สร้าง : 12/11/2550
จำนวนเรื่อง : 21
จำนวนผู้ชม : 59102
จำนวนผู้โหวต : 50
คะแนนแฟนพันธ์แท้
: 4579
Catagories
+
<-- ทั้งหมด -->
Calendar
<<
สิงหาคม 2008
>>
อา.
จ.
อ.
พ.
พฤ.
ศ.
ส.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
เรื่องอื่นๆ
+
Art for Olympic 2008 (อ.น้อง)
+
พันธมิตร นัดชุมนุมใหม่ หน้า ร.ร.โยธินฯ (จิปาถะ)
+
นร.โยธินฯ บุก ศธ. ค้านสร้างรัฐสภา (จิปาถะ)
+
วิศวะการบิน 2 หลักสูตร ม.เกษตรฯ รับตรง (อ.น้อง)
+
ฝากถึงน้องๆ (newdiary)
+
วิดวะการบิน ม.เกษตร เปิดรับตรง (อ.น้อง)
+
สิ่งที่เรียนรู้ เมื่ออายุปูนนี้ (pumpim)
+
สาขาเทคโนโลยีการบิน ม.เกษตรฯ (อ.น้อง)
+
อยากรู้หรือเปล่า! ใครคือตัวปัญหาที่ทำให้ไทยเกิดวิก... (pumpim)
+
สมัครนักศึกษาระบบโควตาระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึก... (newdiary)
Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
ทั่วโลก
www.eduzones.com
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ
คำค้นหายอดนิยม
:
เกมส์
,
ฟังเพลง
,
สงกรานต์
,
ภาวะโลกร้อน
,
ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก
,
olympic
,
สอบตรง
,
รับตรง
,
วันแม่
,
มหาวิทยาลัย
,
ศึกษาต่อ
,
แนะแนว
,
ศึกษาต่อต่างประเทศ
,
ทุนการศึกษา
,
เรียนต่อ
โซนยอดนิยม
:
ข่าว
,
เส้นทาง
,
ความรู้
,
ชุมชน
,
ทุนการศึกษา
,
นานาชาติ
,
โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม
:
ค้นหาตัวเอง
,
อาชีพไหนที่ใช่เรา
,
ค้นหามหาวิทยาลัย
,
ทำข้อสอบออนไลน์
,
ดาวน์โหลดข้อสอบ
,
ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา
:
ข่าว Admission
เส้นทาง
:
ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้
:
บทความ
ชุมชน
:
พี่แนะนำน้อง
โครงการ
:
Eduzones Expo 2008
,
โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ
:
SMS ข่าวการศึกษาฟรี
,
ทุนการศึกการ
,
นิตยสารการศึกษา
,
ฟังวิทยุออนไลน์
,
สินค้าการศึกษา
ติดต่อ
:
เกี่ยวกับ Eduzones
,
ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร
:
Kapook.com
,
Narak.com
,
รับทำเว็บไซต์
,
Factory
,
Hosting
,
รถมือสอง
,
รูปดารา
,
ภาพเคลื่อนไหว
,
เกมส์.com
,
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ อื่นๆ
Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005