ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ส่องสร้างสังคมไทย

เมื่อทุกสรรพส่งก่อ เกิด เปลี่ยนแปลง และดำรงอยู่ ในสภาวะ เราต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหา เพื่อไตร่ตรองด้วยปัญญา จะนำมาสู่พื้นฐานทางความคิดอันล้ำค่าและปราศจากอคติ

respond01 พฤศจิกายน 2550

ว่าด้วย ภิกษุสันดานกา ความจริงในสังคมที่มิควรเปิดเผย?

ชลเทพ ปั้นบุญชู นักวิชาการอิสระด้านสังคม (ยุวโฆษกและกลุ่ม YPD)

เกริ่นนำ ภาค ฆราวาส

ผมเองได้ยินข่าวการถกเถียงเกี่ยวกับภาพเขียนชิ้นหนึ่งที่จัดแสดงในมหาวิทยาลัยศิลปากร ภาพนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 สาขาจิตรกรรม โดยอาจารย์อนุพงษ์ จันทร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตศิษย์เก่าก้นกุฏิมหาวิทยาลัยศิลปากร จนมีพระสงฆ์และกลุ่มนิสิตพระสงฆ์รั้วข้างๆวังท่าพระออกมาประท้วงและให้ระงับการแสดงอันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสมและดูหมิ่นศาสนา ผมได้ไปอ่านข้อความที่ผู้เขียนภาพให้ความเห็นไว้ “ผมสร้างงานศิลปะขึ้นมาไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำลายศาสนา แต่ผมมองไปถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ให้คนในสังคมได้ฉุกคิด ภาพของผมต้องการสื่อว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยศาสนาเป็นเครื่องหาผลประโยชน์ โดยชื่อ ของ ผลงานผมก็ไม่ได้ตั้งขึ้นเอง แต่เอามาจากพระไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ถึงภิกษุลามกรูปหนึ่ง ที่ไม่ควรค่าแก่การกราบไหว้”

วิวาทะแห่งข้อขัดแย้ง :จากฆราวาสสู่สังฆาวาส

ผมได้มีโอกาสชมรายการ ตัวจริงชัดเจน เมื่อคืนวันพุธที่ 3 ตุลาคม โดยมีพระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กับ ดร. ทวีวัฒน์ บุณฑริกวิวัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศาสนาเปรียบเทียบ ม.มหิดล เป็นผู้ร่วมรายบการ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าจิตรกรมิอาจมาร่วมรายการได้เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกับคณะสงฆ์ ก่อนอื่นผมต้องขออกตัวว่าสิ่งที่ผมจะวิพากษ์นี้มิได้มีเจตนาก้าวล่วงเบื้องสูงหรือลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร หากเป็นพลังบริสุทธิ์ที่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง ในมิติอื่นๆนอกเหนือจากในด้านความเหมาะสม? ในปริบทสังคมไทย

ประการแรก หลวงพ่อท่านกล่าวถึงความไม่เหมาะสมระหว่างภาพกับปริบทสังคมไทย อ้างถึงความไร้จริยธรรมต่อสังคมที่นำเสนอภาพ หากคนที่ไม่มีวิจารณญาณอาจเข้าใจผิดโดยการเหมารวมพระสงฆ์ว่ามีพฤติการณ์เป็นอีกาได้ ที่สำคัญยังนำเรื่องที่ไม่ควรพุดมาพูดในที่สาธารณะ (เรื่องเน่าๆในวงการผ้าเหลืองนะครับ) ผมตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่หลวงพ่อท่านพูด เป็นการดึงเอา วาทกรรมความศักดิ์สิทธิ มากดทับความจริงให้เลือนหายไป เพียงเพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงที่ต้องปิดเงียบไว้(พูดไปเดี่ยวบาปหนัก) อย่างนี้แหละครับเรื่องจริงก็ไม่ควรพูด เลยพูดกันแต่เรื่องไม่จริง จนมันกลายเป็นเรื่องจริงโดยปริยาย จนผมแอบคิดไม่ได้ว่า เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมที่ขัดกับบรรทัดฐานทางสังคมมักจะเจ็บปวดเสมอ ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บปวด ยิ่งตอกย้ำยิ่งเสียใจ

ประการที่สองผมคิดว่าหลวงพ่อท่านใจแคบที่จะเอาอคติทางวัฒนธรรมมาตัดสินภาพมากไปหน่อยโดยมิได้ดูสารัตถะของภาพ ทำให้มองเห็นแค่เปลือกของภาพโดยใช้บรรทัดฐานแบบสังคมจารีตประเพณี นิยม ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงสถาบันศาสนาเป็นสิ่งซึ่งแตะต้องมิได้ มิควรก้าวล่วง และวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งหมายถึงเรากำลังจาบจ้วง อำนาจ ของสถาบันเบื้องสูงจนผมนึกว่าตนเองอยู่ในประเทศไทยเมื่อสามร้อยปีที่ปกครองแบบเทวราชา มนุษย์เป็นเพียงเศษเสี้ยวธุลีหนึ่งที่ต้องถูกชี้นำโดย ผู้นำทางสังคม(ทั้งผู้มีอำนาจและมีความศักดิ์สิทธิ) หากใครก้าวล่วงต้องนำไปตัดลิ้น สิ่งนี้แหละครับที่เรียกว่า ยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข ผมกลับมองในมุมที่แตกต่าง ผมคิดว่าศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็จริง แต่ศาสนาเป็นสิ่งที่ยึดโยงสังคม รักษาบรรทัดฐานบางอย่างไว้ เพื่อควบคุมให้สังคม ดำรงไปในวิถีทาง แต่ศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคม และศาสนาก็มิได้แยกเดี่ยวพระสงฆ์ให้ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนาเพียงกลุ่มเดียว หากยังต้องอาศัยศาสนิกชนอื่นสืบทอดด้วยอีกทาง ถึงแม้จะไม่ได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกับพระสงฆ์แต่ก็มีความเท่าเทียมที่จะธำรงรักษาศาสนาเช่นเดียวกับพระสงฆ์ ดังนั้นศาสนิกชนควรที่จะมีสิทธิที่จะแสดงออกได้อย่างมีเหตุมีผล เพื่อธำรงความบริสุทธิ์ ของหลักธรรม ศิลปะจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อน ความเป็นจริง มากกว่าจะสร้าง วาทกรรม อำพราง แบบบิดเบือน จนเกิดการลักลั่นระหว่าง พุทธศาสนา กับลัทธิพิธี ที่นำพุทธศาสนาไปใช้เพื่อทางอวิชชา เพราะผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือคนละสิ่ง หรือถ้าหากเป็นสิ่งเดียวกันผมคิดว่ามันคืออลัชชี ในพุทธศาสนามากกว่า การประกอบเนื้อหาและเจตนาภาพนี้ชัดเจน และสะท้อนสังคมได้อย่างลุ่มลึกแสดงถึงปัญญาญาณของศิลปิน ที่สามารถสร้างอารมณ์ในภาพได้อย่างยอดเยี่ยม และนำสัญลักษณ์มาสื่อเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจสังคม และนี่คือวิถีทางหนึ่งที่ปัจเจกชนผู้ศรัทธาต่อศาสนาจะแสดงออกถึงสิ่งที่ผิดแผกแปลกปลอมให้สังคมได้ประจักษ์ถึงความเป็นจริง ทำให้ผู้ชมชื่นชอบเพราะสามารถใช้ประสบการณ์ตีความ สังเคราะห์ วิเคราะห์และร่วมคิดไปกับภาพได้

ประการสุดท้าย หลวงพ่อท่านเห็นว่า ภาพนี้แสดงถึงความวิปลาส ฟั่นเฟือนของผู้วาด และมองว่าผู้ให้รางวัลไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่สมควรที่จะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ มองมหาวิทยาลัยที่จัดไม่สำนึกต่อส่วนรวม อันนี้ผมรับข้อกล่าวหาไม่ได้ ผมกลับคิดว่าภาพนี้ศึกษา ธรรม มองสภาวะ ของความจริง และถ่ายทอดในเชิงสัญลักษณ์ จนเป็นผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของประเทศไทย(อย่างประเมินค่ามิได้) หลวงพ่อท่านกล่าวอ้างว่า สิ่งที่ศิลปินวาดมิได้มีระบุไว้พระไตรปิฎก แต่ผมกลับมองในมุมต่าง ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้นี่แหละ คือแรงบันดาลใจที่ได้รับจากพระไตรปิฎกจนเข้าใจถึงแก่นทางปรัชญาพุทธ และเรียบเรียงจากมโนทัศน์ออกมาสู่ ภาพเขียนเชิงวิพากษ์

ภาคสารัตถะ วิเคราะห์เนื้อหา และมุมองสังคมวิทยา

ภาพนี้ในมุมมองของผมแล้ว ผมกลับชอบมันมากเลยผมเห็นถึงภูมิปัญญา วิธีคิด และความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่จะนำเสนอความเป็นจริงทางสังคมในเชิงประจักษ์ ก่อนอื่นผมเองก็เป็นศิษย์เก่าแห่งมหาวิทยาลัยดังกล่าและเคยได้ร่ำเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะมาบ้าง อยากออกมาวิวาทะ ซึ่งอาจนละขั้วกับพระสงฆ์ และศ.คุณหญิงไขศรี รมว.วัฒนธรรม (อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร)

เนื้อหาของภาพนี้นำเสนอความงมงายของพระสงฆ์ ที่มิได้มุ่งแสวงหาพระธรรม แต่กลับมุ่งแสวงหา วัตถุ เป็นสรณะ โดยการปลุกเสกเครื่องราง หมกมุ่นทางแห่งไสยศาสตร์ อันมิใช่ทางแห่งโลกุตรธรรม ลองไปมองซิครับว่าจริงๆแล้วสังคมพระเป็นอย่างนี้หรือไม่ ? ข่าวที่ลงอยู่ก็พอมีให้เห็นกรณีพระทำอัปรีย์ จัญไร มั่วโลกีย์ มุ่งการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เพื่อใช้วิถีแห่งความงมงายแก้ปัญหา มากกว่าที่จะใช้ปัญญาและหลักธรรม พระในปัจจุบันจึงไปยึดอาชีพใหม่ นั่นก็คือ เจ้าลัทธิพิธีทางไสยศาสตร์ ผมคิดว่านี่ไม่ใช่มรรควิถีที่ ผู้สืบทอดพุทธศาสนาอย่างพระสงฆ์พึงจะทำ หรือนี่คือศาสนารูปแบบใหม่ (แต่ที่แน่ๆไม่ใช่พุทธแน่นอน) แต่ใช้ผ้าเหลืองแอบอ้างเป็นพระมาหากินมากกว่า

ไม่ใช่ว่าภาพเขียนแบบนี้จะพึ่งปรากฏนะครับ ในยุโรปก็มีให้เห็นมากมาย ศิลปินอยู่คู่กับสังคม ภาพในยุคสมัยใหม่และหลังสมัยใหม่ จึงมุ่งเน้นถึงการมองและสะท้อนสังคมของจิตรกร ซึ่งอาจจะแตกต่างกับอดีตอย่างยุค บิแซนทีน เรเนอซอง หรือ นีโอคลาสสิค จิตรกรสมัยใหม่อย่าง กูเบต์ ซึ่งผลงานสะท้อนความจริงของเขาทำให้มีชื่อเสียงในฝรั่งเศสว่าเป็นจิตรกรเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และเป็นผู้ที่ศึกษาปรัชญาการเมือง เป็นนักปราชญ์ที่เสนอมุมมองผ่านทางภาพเขียน ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นขุนนาง และผู้มีฐานันดรสูงกับ ชาวบ้านที่ต้องอดอยาก อยู่อย่างแร้นแค้นทำให้เราสามารถมองเห็นความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจน จิตรกรจึงเป็นผู้นำทางความคิดของฝรั่งเศสจนนำมาสู่การปฏิวัติ ผมคิดว่าจิตรกรในยุคสมัยใหม่จะมีอัตลักษณ์ที่เน้นความเป็นปัจเจกและกล้าที่จะสะท้อนสังคมอย่างตรงไปตรงมาผ่านสุนทรียศาสตร์จนมีความงามโดยสมบูรณ์ทั้งองค์ประกอบและเนื้อหา

แต่ภาพนี้อาจไปขัดระบอบทางสังคมแบบจารีตประเพณีนิยมในสังคมไทย ที่เห็นสมณะเป็นผู้มีฐานันดรสูงที่มิอาจก้าวล่วงได้ เพราะ “ศักดิ์สิทธิ” “สูงส่ง” จนห้ามแตะต้อง จิตรกรที่แสดงนาฏลักษณ์แบบกระจกเงาสะท้อนอัตลักษณ์ จึงถูกแบนอย่างไร้ซึ่งเหตุและผล การที่ให้คนนอกเป็นผู้สะท้อนความเป็นตัวตน ทำให้คนในอย่างพระสงฆ์ถึงกับอึ้งจนแทบพูดอะไรไม่ออก ภาพลักษณ์ที่เคยถูกมองไม่ดีจึงบ่นปี้ไปกันใหญ่ บาปบุญจึงเป็นอำนาจเพื่อควบคุมให้ข้อเท็จจริงถูกผลิตขึ้นชอบธรรมขึ้นมา วาทกรรมที่อำพราง จึงถูกกระบวนการทำให้เปลี่ยนรูป บิดเบือน เลือกสรร ที่จะนำเสนอ ของผู้มีอำนาจ ที่อยากจะลดทอด รูปส่วน ให้เป็นไปในทางที่ต้องการ ความเป็นจริงในสังคมจึงมิได้สะท้อนออกมาอย่างเปิดเผย แต่กลับแปรรูปให้บิดเบือนจากความเป็นจริง จนเสมือนหนึ่งว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริง อันนี้แหละครับ มายาคติของจริง

มายาคติของพระสงฆ์ที่มีภาพลักษณ์นักบวชผู้ใจบุญ ผู้แสวงหาทางธรรมเพื่อบรรลุสู่ความเป็น นิพาน จึงไม่อยากจะสูญเสีย หรือลดความน่าเลื่อมใสลง เพียงเพราะความเป็นจริงบางส่วนที่ถูกนำเสนอมีผลกระทบต่อสถานะภาพและบทบาทที่เป็นอยู่ ภาพลวงตา จึงเกิดขึ้นและถูกผลิตซ้ำจนเป็น วาทกรรมอำพราง ไปโดยปริยาย ภาพเขียนที่สะท้อนความเป็นจริงทางสังคมจึงถูกกีดกันเพราะเห็นว่าเป็นเพียงความไม่เหมาะสม l

จึงทำให้ผมไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ที่ออกมาต่อต้านเป็นพระ สงสัยคงเพราะยอมรับความเป็นจริงไม่ได้ ? หรือ ไม่อยากยอมรับ?เลยไม่อยากให้เผยแพร่ ผมคิดว่าเมื่อภาพนี้ได้บังเกิดขึ้นแล้วจะทำให้พระสงฆ์(ทั้งแท้และเทียม) ได้ตระหนักถึงการรื้อถอนโครงสร้างกันใหม่ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ผมว่ามันก็เสื่อมทรามพอแรงอยู่แล้ว พระลุ่มหลงในรูปวัตถุ(มากกว่าสภาวธรรม) พระในคราบนักอวิชชาธุรกิจพุทธพานิชย์(โดยใช้บทบาทสถานะภาพมาเป็นเกราะกำบัง) จนกลายเป็นเรื่องสีเทาของกลุ่มวงการผ้าเหลือง

ผมในฐานะฆราวาสทำจึงมิอยากให้เรายึดติดกับภาพลักษณ์ที่ใช้มายาคติมอง แต่ลองมองให้เห็นถึง สัจจะ หรือความจริงที่เกิดขึ้นนั่นเอง

Posted by : ส่องสร้างสังคม
เวลา : 13:22
จำนวนผู้อ่าน : 2458 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://learning.eduzones.com/chonlathep/165
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (1)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 05 มีนาคม 2551 เวลา 00:01
โดย : คนผ่านโลก
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.25.76.xxx
ไม่มีวงการใดดีร้อยเปอร์เซนต์หรอกนะ ผมเห็นมาหมดแล้ว ไม่ว่าสูงสุดหรือต่ำสุด เพียงแต่เราควรนำมาคิดหาวิธีที่ทำให้ดีขึ้น ในทางกลับกันคุณตัวดีแล้วหรือยัง ?

 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ ใครนักกิจกรรมและคอการเมืองเชิญทางนี้
+ จดหมายเปิดผนึกถึง “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ฉบับ นักศึกษา
+ ถอดรหัสวัฒนธรรม “เกาหลี” มโนทัศน์ ค่านิยม อุดมการณ์ทางสังคม นัยยะซ้อนผ่านละครซีรีส์
+ “รับน้อง(โหด)” ประเพณีโฉดฉบับ” อัปรีย์ชน” แห่งกรุงสยาม
+ “สังคมวิทยา”ศาสตร์แห่งการศึกษาสังคม : สังเคราะห์ผ่านประสบการณ์ภาคสนามสู่การสร้างความรู้ภาคทฤษฎี
+ ใครเป็นนักกิจกรรมยกมือขึ้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับypd เพื่อทำงานด้านสังคมกับเรา(ขอคุณกล้าและชอบความท้าทาย)
+ กลุ่มypd สุดยอดแห่งงานด้านประชาสังคม(socail democracy)รับสมัครสมาชิกใหม่เพื่อเป็นหนุ่มสาวที่ทำงานด้านประชาสังคมปี2551
+ รับสมัครสมาชิกYPD เพื่อเข้าค่าย อบรม และทำงานภาคประชาสังคม ใครสนใจการเมืองไม่ควรพลาด รับรองจะติดใจ
+ คำนิยม “รักแห่งสยาม” รางวัลสุพรรณหงษ์สุดยอดภาพยนตร์แห่งปี 2550
+ คำอัตวินิจฉัย การเลือกตั้งปี 50 “ประชาชน” “ประชาธิปไตย” “การเมืองไทย” หลังอำนาจรัฐประหาร
+ “รักแห่งสยาม” (เปิดตำนานรักฉบับสีม่วง)บทวิพากษ์หนัง ในมิติทางสังคมวิทยา
+ รักแห่งสยาม (เปิดตำนานรักฉบับสีม่วง)บทวิพากษ์หนัง ในมิติทางสังคมวิทยา
+ เพื่อน“กูรักมึงว่ะ” มหากาพย์ เกย์ บนจอเงิน :ถอดรหัสเนื้อหาและนาฏลักษณ์ตัวละคร ในมิติทางสังคมศาสตร์
+ Sex and the city: การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์เยาวชนในบริบทแห่งนคราภิวัฒน์
+ ประวัติศาสตร์ เกย์ ในสยามประเทศ : ที่มาของคำเรียกเกย์ กะเทย ในบริบทสังคมไทย
+ ว่าด้วย ภิกษุสันดานกา ความจริงในสังคมที่มิควรเปิดเผย?
+ เพื่อน “กูรักมึงว่ะ” มหากาพย์ เกย์ บนจอเงิน :ถอดรหัสเนื้อหาและนาฏลักษณ์ตัวละคร ในมิติทางสังคมศาสตร์
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Factory , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ , ติดต่อแลกลิ้งค์

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005